ผลงานวิชาการชิ้นนี้ เผยแพร่ครั้งแรกบนเว็ปไซต์ วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๗ : ไม่สงวนสิทธิ์ในการใช้ประโยชน์ทางวิชาการ
ผลงานภาพประกอบดัดแปลง ใช้ประกอบบทความบริการฟรีของ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

R
relate topic
201147
release date

บทความมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
ลำดับที่ 474 หัวเรื่อง
ปลุกสำนึกให้ต่อสู้กับผู้มีอำนาจ
ภัควดี : นักแปลอิสระ
จากกระดานข่าวมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
เผยแพร่บนเว็ปเพจ 20-11-47
The Midnight University

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
กลางวันเรามองเห็นอะไรได้ชัดเจน
แต่กลางคืนเราต้องอาศัยจินตนาการ

Website ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
สร้างขึ้นมาเพื่อผู้สนใจในการศึกษา
โดยไม่จำกัดคุณวุฒิ

หากต้องการติดต่อกับ
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
ส่ง mail ตามที่อยู่ข้างล่างนี้
midnight2545(at)yahoo.com

เผยแพร่ เพื่อสาธารณประโยชน์
หากนักศึกษาหรือสมาชิก ประสบ
ปัญหาภาพและตัวหนังสือซ้อนกัน กรุณขาลดขนาดของ font ลง จะ
สามารถแก้ปัญหาได้

midnightuniv(at)yahoo.com
midnight2545(at)yahoo.com
midarticle(at)yahoo.com
นักศึกษา สมาชิก และผู้สนใจทุกท่าน หากประสงค์จะตรวจดูบทความอื่นๆที่เผยแพร่บนเว็ปไซค์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ท่านสามารถคลิกไปดูได้จากตรงนี้ ไปหน้าสารบัญ
เว็ปไซท์นี้มีการคลิกโดยเฉลี่ยต่อวัน 14119-26256 ครั้ง สำรวจเมื่อเดือนสิงหาคม 47
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนขอขอบคุณ www.thaiis.com ที่กรุณาให้ใช้พื้นที่ฟรีในการเผยแพร่งานวิชาการ เพื่อประโยชน์ต่อสังคม

คลิกไปหน้า homepage มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

บทความแสดงทัศนะ
การมองโลกในแง่ดี บนความไม่แน่นอน
ภัควดี : นักแปลอิสระ
ผลงานชิ้นนี้เขียนโดย โฮเวิร์ด ซินน์ เป็นนักประวัติศาสตร์ชาวอเมริกัน ผู้เขียนหนังสือชื่อ
A People's History of the United States

บทความมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ลำดับที่ 474
หมายเหตุ : คัดลอกมาจากเว็ปบอร์ดของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

(บทความชิ้นนี้ยาวประมาณ 3.5 หน้ากระดาษ A4)


ZNet - Vision & Strategy
The Optimism of Uncertainty
by Howard Zinn; November 06, 2004

 

ในโลกร้ายกาจใบนี้ ความพยายามที่จะเกื้อกูลกันมักลางเลือนเมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่ทำลงไปโดยน้ำมือของพวกที่ครองอำนาจ แล้วไฉนผมจึงสามารถตั้งมั่นอยู่ในปณิธานและดูเหมือนมีความสุขได้?

ผมมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม ไม่ใช่มั่นใจว่าโลกนี้จะดีขึ้น แต่มั่นใจว่าเราไม่ควรยอมแพ้ตั้งแต่ก่อนถึงไพ่ใบสุดท้าย ผมจงใจใช้คำอุปมาอุปไมยนี้ เพราะชีวิตคือการเดิมพัน การไม่เล่นคือการปิดโอกาสชนะ การเล่น การลงมือกระทำ อย่างน้อยที่สุดย่อมสร้างโอกาสในการเปลี่ยนแปลงโลก

มีแนวโน้มที่ทำให้คิดไปว่า สิ่งที่เราเห็นในชั่วขณะนี้จะดำเนินต่อไปไม่จบสิ้น เราลืมเสียแล้วว่า มีบ่อยครั้งเหลือเกินที่เราต้องตกตะลึงกับการพังทลายอย่างฉับพลันของสถาบันต่าง ๆ ตกตะลึงที่จู่ ๆ ประชาชนก็เปลี่ยนแปลงความคิดไปราวปาฏิหาริย์ ตกตะลึงกับการลุกฮือขึ้นก่อกบฏต่อต้านทรราชย์อย่างไม่คาดหมาย ตกตะลึงกับการล่มสลายอย่างรวดเร็วของระบบอำนาจที่ดูเหมือนไม่มีวันแตกพ่าย

สิ่งที่โดดเด่นขึ้นมาจากประวัติศาสตร์นับหลายร้อยปีในอดีตก็คือความคาดเดาไม่ได้โดยสิ้นเชิง การปฏิวัติล้มล้างระบอบซาร์ในรัสเซีย ในประเทศจักรพรรดิกึ่งศักดินาที่ล้าหลังที่สุด มันไม่เพียงทำให้มหาอำนาจจักรวรรดินิยมที่ก้าวหน้าที่สุดยังต้องสะดุ้งเฮือก แม้กระทั่งเลนินเองยังประหลาดใจจนต้องตะลีตะลานจับรถไฟไปเปโตรกราด ใครบ้างจะทำนายได้ถึงจุดหักเหอันพิสดารของสงครามโลกครั้งที่สอง สนธิสัญญานาซี-โซเวียต (รูปถ่ายอันน่าอดสูของฟอน ริบเบนทร็อปกำลังจับมือกับโมโลตอฟ) และกองทัพเยอรมันที่ยาตราทะลวงเข้ามาในรัสเซีย กองทัพที่ดูเหมือนไม่มีวันปราชัย บันดาลความตายเป็นกองพะเนินเทินทึก แต่แล้วกลับแตกพ่ายถอยร่นที่ประตูเมืองเลนินกราด บนชายขอบฝั่งตะวันตกของกรุงมอสโคว์ ตามท้องถนนของเมืองสตาลินกราด ตามมาด้วยความพ่ายแพ้ของกองทัพเยอรมันทั้งกองทัพ โดยที่ฮิตเลอร์ต้องไปซุกหัวอยู่ในบังเกอร์ที่เมืองเบอร์ลิน รอคอยแต่ความตาย?

แล้วจึงกลายมาเป็นโลกหลังสงคราม โฉมหน้าที่ไม่มีใครเคยคาดคิดล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นการปฏิวัติคอมมิวนิสต์ของจีน การปฏิวัติวัฒนธรรมที่ปั่นป่วนและรุนแรง ตามมาด้วยจุดเลี้ยวหักเหอีกคำรบ เมื่อจีนยุคหลังประธานเหมาสลัดทิ้งอุดมการณ์และสถาบันที่เคยยึดมั่นถือมั่นอย่างคลั่งไคล้ หันมาบรรเลงเพลงตามตะวันตก อ้าแขนรับธุรกิจทุนนิยม ทำเอาทุกคนสับสนงงงวยจนหัวหมุน

ไม่เคยมีใครทำนายถึงการแตกสลายของจักรวรรดินิยมในโลกตะวันตกเก่าที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหลังสงคราม หรือรูปแบบสังคมแปลกใหม่แบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาในประเทศที่เพิ่งได้เอกราช นับตั้งแต่สังคมนิยมหมู่บ้านแบบอ่อน ๆ ในแทนซาเนียของ (จูเลียส) ไนเยียเร ไปจนถึงความบ้าคลั่งของอีดี้ อามินในประเทศอูกันดาที่อยู่ติดกัน

สเปนกลายเป็นความน่าพิศวง ผมยังจำได้ดี ทหารผ่านศึกคนหนึ่งของกองพลน้อยอับราฮัม ลินคอล์นเคยบอกผมว่า เขาวาดภาพไม่ออกเลยว่า ลัทธิฟาสซิสต์ของสเปนจะถูกโค่นล้มลงได้อย่างไร โดยไม่ต้องมีสงครามนองเลือดอีกครั้ง แต่หลังจากนายพลฟรังโกเสียชีวิต ระบอบประชาธิปไตยรัฐสภาก็เกิดขึ้น เปิดกว้างต่อนักสังคมนิยม คอมมิวนิสต์ อนาธิปไตย ทุก ๆ คน

หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองยุติ โลก เหลือเพียงอภิมหาอำนาจสองประเทศที่แบ่งเขตอิทธิพลและต่างฝ่ายต่างควบคุมบริวารของตน ต่างแก่งแย่งแข่งขันกันครองอำนาจทางทหารและการเมือง กระนั้นก็ตาม สองอภิมหาอำนาจยังไม่สามารถควบคุมทุกอย่างได้ดังใจ แม้แต่ในซีกส่วนของโลกที่อยู่ภายใต้เขตอิทธิพลของตน ความล้มเหลวของสหภาพโซเวียตที่จะยึดครองอัฟกานิสถาน การตัดสินใจถอยทัพหลังจากเปิดฉากรุกรานอย่างน่าทุเรศมาเกือบทศวรรษ คือตัวอย่างอันพึงสังวรณ์ว่า แม้กระทั่งการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ก็ไม่ใช่หลักประกันที่จะทำให้ได้ชัยชนะเหนือประชาชนที่เด็ดเดี่ยว

สหรัฐอเมริกาเผชิญหน้ากับความจริงนี้เช่นกัน มันเปิดฉากทำสงครามเต็มพิกัดในอินโดจีน ทิ้งระเบิดปูพรมบนคาบสมุทรเล็ก ๆ อย่างเหี้ยมโหดที่สุดในประวัติศาสตร์โลก แต่แล้วก็ยังถูกบีบคั้นจนต้องถอยทัพออกไป

ในพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ทุกเมื่อเชื่อวัน เราพบเจอตัวอย่างอื่น ๆ ที่สะท้อนให้เห็นความล้มเหลวของฝ่ายที่เชื่อกันว่าทรงอำนาจ แต่กลับไม่สามารถมีชัยเหนือฝ่ายที่เชื่อกันว่าไร้อำนาจ อาทิเช่น ในบราซิล ขบวนการแรงงานและคนจนรากหญ้าสำแดงพลังเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ที่ปฏิญาณว่า จะต่อสู้กับอำนาจบรรษัทที่คอยจองล้างจองผลาญ

เมื่อดูรายการยาวเหยียดของเรื่องน่าประหลาดใจที่มีอยู่มากมายมหาศาล เห็นได้ชัดว่าเราไม่ควรทอดทิ้งการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม เพียงเพราะอำนาจเปลือกนอกที่ล้นเหลือของคนมีปืนและมีเงิน ที่ดูเหมือนตั้งหน้าตั้งตายึดเจ้าสองสิ่งนี้ไว้อย่างไม่ยอมละวาง ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ประวัติศาสตร์พิสูจน์ให้เห็นว่า อำนาจที่มีแต่เปลือกเหล่านี้เปราะบางแค่ไหน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ที่ชั่งตวงวัดไม่ได้เมื่อเปรียบกับลูกระเบิดและดอลลาร์ ทั้งความยึดมั่นในจริยธรรม ความเด็ดเดี่ยว ความสามัคคี การจัดตั้งองค์กร ความเสียสละ ไหวพริบปฏิภาณ ความปราดเปรื่อง ความกล้าหาญ ความอดทน ไม่ว่าคนผิวดำในแอละแบมาและแอฟริกาใต้ ชาวนาในเอลซัลวาดอร์ นิการากัวและเวียดนาม หรือกรรมกรกับปัญญาชนในโปแลนด์ ฮังการีและแม้แต่ในสหภาพโซเวียตเอง การชั่งตวงวัดความได้เปรียบเสียเปรียบของดุลอำนาจไม่สามารถเหนี่ยวรั้งประชาชนที่เชื่อมั่นว่า ภารกิจของตนคือความชอบธรรม

ผมพยายามอย่างยิ่งที่จะไล่ตามเพื่อนฝูงให้ทันในแง่ของการมองโลกในแง่ร้าย (มีแต่เพื่อนฝูงเท่านั้นหรือ?) แต่ผมมักพบปะเจอะเจอผู้คนที่ทำให้ผมเกิดความหวังอยู่ร่ำไป ทั้ง ๆ ที่มีแต่เรื่องร้ายกาจเกิดขึ้นทุกหัวระแหงก็ตามที โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวที่อนาคตฝากไว้กับพวกเขา ไม่ว่าไปที่ไหน ผมต้องได้เจอคนแบบนี้ และนอกเหนือจากนักกิจกรรมที่มีอยู่น้อยนิด ดูประหนึ่งยังมีคนอีกหลายร้อยหลายพันคนที่เปิดใจกว้างต่อแนวความคิดใหม่ ๆ เพียงแต่พวกเขามักไม่รู้ว่ามีกันและกันอยู่เท่านั้นเอง

ดังนั้น ขณะที่พวกเขายืนหยัดต่อสู้ พวกเขาจึงกระเสือกกระสนไปด้วยน้ำอดน้ำทนสุดชีวิต เปรียบดังซิซีฟัสที่เข็นหินขึ้นภูเขาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ผมพยายามบอกแต่ละกลุ่มว่า พวกเขาไม่ได้โดดเดี่ยว และใครก็ตามที่หมดกำลังใจเพราะการขาดหายไปของขบวนการระดับชาติ ตัวเขานั่นแหละคือข้อพิสูจน์ถึงศักยภาพในการสร้างสรรค์ขบวนการขึ้นมา

ความเปลี่ยนแปลงอย่างถึงรากถึงโคนไม่ได้มาพร้อมกับเหตุการณ์สะท้านฟ้าสะเทือนดิน (จงระวังเหตุการณ์ประเภทนั้นให้ดี!) แต่มันเกิดขึ้นทีละเล็กทีละน้อย มันคือความน่าประหลาดใจที่ต่อเนื่องตามกันมาไม่มีที่สิ้นสุด มันคือเส้นทางคดเคี้ยว วกวน ที่นำพาไปสู่สังคมที่น่าอยู่กว่านี้ เราไม่จำเป็นต้องสร้างวีรกรรมยิ่งใหญ่เพื่อมีส่วนร่วมในขบวนการสู่ความเปลี่ยนแปลง การกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ของคนหลายล้านคน เมื่อรวมเข้าด้วยกัน สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ ต่อให้เราไม่ "ชนะ" มันก็ยังมีความสนุกและความเต็มอิ่มที่ได้รู้ว่า เราได้ร่วมแรงร่วมใจกับคนดี ๆ อีกมากมายในบางสิ่งบางอย่างที่มีคุณค่า เราจงมีความหวังเสมอ

ใช่ว่าคนมองโลกในแง่ดีต้องเป็นเหมือนนักผิวปากเจ้าสำราญที่ไม่รู้เดียงสาในยุคทมิฬ การมีความหวังท่ามกลางกลียุคไม่ใช่แค่ความโรแมนติกโง่เขลา แต่มันตั้งมั่นอยู่บนข้อเท็จจริงที่ว่า ประวัติศาสตร์มนุษย์คือประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้มีแค่ความป่าเถื่อนโหดร้าย แต่ยังมีความเห็นอกเห็นใจ ความเสียสละ ความกล้าหาญ ความเอื้ออารี เราเลือกเน้นด้านไหนในประวัติศาสตร์อันซับซ้อนนี้ นั่นแหละคือสิ่งที่จะกำหนดชีวิตของเรา

หากเรามองเห็นแต่ความเลวร้าย มันจะทำลายศักยภาพจนเราทำอะไรไม่ได้เลย แต่หากเราจดจำถึงเวลาและสถานที่ต่าง ๆ ที่ผู้คนปฏิบัติตัวอย่างน่าชื่นชม --ซึ่งมีอยู่มากมาย-- มันจะทำให้เรามีพลังฝ่าฟันต่อไป และอย่างน้อยที่สุดก็เปิดโอกาสที่จะปั่นลูกข่างโลกใบนี้ให้หมุนไปในทิศทางอื่น และถ้าเราลงมือกระทำ ไม่ว่าเล็กน้อยแค่ไหน เราไม่จำเป็นต้องรอคอยอนาคตอุดมคติยิ่งใหญ่ให้มาถึงหรอก เพราะอนาคตคือปัจจุบันที่ต่อเนื่องตามกันอย่างไร้ที่สิ้นสุด และการใช้ชีวิตในชั่วขณะนี้ให้สมดังที่เราคิดว่ามนุษย์ควรใช้ชีวิต โดยท้าทายต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่เลวร้ายรอบตัว แค่นั้นก็เป็นชัยชนะที่วิเศษสุดแล้ว

หมายเหตุ : โฮเวิร์ด ซินน์ เป็นนักประวัติศาสตร์ชาวอเมริกัน ผู้เขียนหนังสือชื่อ A People's History of the United States
ภัควดี (แปลปลอบใจตัวเอง)

 

 

สารบัญข้อมูล : ส่งมาจากองค์กรต่างๆ

ไปหน้าแรกของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน I สมัครสมาชิก I สารบัญเนื้อหา 1I สารบัญเนื้อหา 2 I สารบัญเนื้อหา 3
ประวัติ ม.เที่ยงคืน

webboard(1) I webboard(2)

e-mail : midnightuniv(at)yahoo.com

หากประสบปัญหาการส่ง e-mail ถึงมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจากเดิม
midnightuniv(at)yahoo.com

ให้ส่งไปที่ใหม่คือ
midnight2545(at)yahoo.com
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจะได้รับจดหมายเหมือนเดิม

 

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนกำลังจัดทำบทความที่เผยแพร่บนเว็ปไซคทั้งหมด กว่า 450 เรื่อง หนากว่า 5000 หน้า
ในรูปของ CD-ROM เพื่อบริการให้กับสมาชิกและผู้สนใจทุกท่านในราคา 120 บาท(รวมค่าส่ง)
เพื่อสะดวกสำหรับสมาชิกในการค้นคว้า
สนใจสั่งซื้อได้ที่ midnightuniv(at)yahoo.com หรือ
midnight2545(at)yahoo.com

 

สมเกียรติ ตั้งนโม และคณาจารย์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
(บรรณาธิการเว็ปไซค์ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน)
หากสมาชิก ผู้สนใจ และองค์กรใด ประสงค์จะสนับสนุนการเผยแพร่ความรู้เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ชุมชน
และสังคมไทยสามารถให้การสนับสนุนได้ที่บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ในนาม สมเกียรติ ตั้งนโม
หมายเลขบัญชี xxx-x-xxxxx-x ธนาคารกรุงไทยฯ สำนักงานถนนสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
หรือติดต่อมาที่ midnightuniv(at)yahoo.com หรือ midnight2545(at)yahoo.com




 

H
ภาพประกอบบทความเรื่อง "การมองโลกในแง่ดีบนความไม่แน่นอน" จากต้นฉบับ The Optimism of Uncertainty by Howard Zinn; November 06, 2004

สิ่งที่โดดเด่นขึ้นมาจากประวัติศาสตร์นับหลายร้อยปีในอดีตก็คือ ความคาดเดาไม่ได้โดยสิ้นเชิง การปฏิวัติล้มล้างระบอบซาร์ในรัสเซีย ในประเทศจักรพรรดิกึ่งศักดินาที่ล้าหลังที่สุด มันไม่เพียงทำให้มหาอำนาจจักรวรรดินิยมที่ก้าวหน้าที่สุดยังต้องสะดุ้งเฮือก แม้กระทั่งเลนินเองยังประหลาดใจจนต้องตะลีตะลานจับรถไฟไปเปโตรกราด ใครบ้างจะทำนายได้ถึงจุดหักเหอันพิสดารของสงครามโลกครั้งที่สอง

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อดูรายการยาวเหยียดของเรื่องน่าประหลาดใจที่มีอยู่มากมายมหาศาล เห็นได้ชัดว่าเราไม่ควรทอดทิ้งการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม เพียงเพราะอำนาจเปลือกนอกที่ล้นเหลือของคนมีปืนและมีเงิน ที่ดูเหมือนตั้งหน้าตั้งตายึดเจ้าสองสิ่งนี้ไว้อย่างไม่ยอมละวาง ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ประวัติศาสตร์พิสูจน์ให้เห็นว่า อำนาจที่มีแต่เปลือกเหล่านี้เปราะบางแค่ไหน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ที่ชั่งตวงวัดไม่ได้เมื่อเปรียบกับลูกระเบิดและดอลลาร์ ทั้งความยึดมั่นในจริยธรรม ความเด็ดเดี่ยว ความสามัคคี การจัดตั้งองค์กร ความเสียสละ ไหวพริบปฏิภาณ ความปราดเปรื่อง ความกล้าหาญ ความอดทน ไม่ว่าคนผิวดำในแอละแบมาและแอฟริกาใต้ ชาวนาในเอลซัลวาดอร์ นิการากัวและเวียดนาม หรือกรรมกรกับปัญญาชนในโปแลนด์

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนกำลังจัดทำบทความที่เผยแพร่บนเว็ปไซคทั้งหมด กว่า 450 เรื่อง หนากว่า 5000 หน้า ในรูปของ CD-ROM ในราคา 120 บาท(รวมค่าส่ง) สนใจสั่งซื้อได้ที่
midnightuniv(at)yahoo.com
หรือ ส่งธนาณัติถึง
สมเกียรติ ตั้งนโม : ไปรษณีย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 50202

กรุณาส่งตั๋วแลกเงินไปยัง สมเกียรติ ตั้งนโม : คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถนนสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50202
อย่าลืมเขียนชื่อ ที่อยู่ ของผู้รับตัวบรรจงด้วยครับ เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการจัดส่งทางไปรษณีย์