wbfish.gif (2301 bytes)

SacadeR.jpg (29139 bytes)

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนขอเสนอ รายการทีทรรศน์ท้องถิ่นในรูปบทความจากโทรทัศน์ ตอน "นักวิชาการเครื่องซักผ้า" โดยวิทยากร อ.ศรีศักร วัลลิโภดม, อ.ฉลาดชาย รมิตานนท์, อ.ชัยพันธุ์ ประภาสะวัต, คุณไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ, ดำเนินรายการโดย อ.ประมวล เพ็งจันทร์

ความรู้ของนักวิชาการเป็นสิ่งที่สังคมให้การยอมรับ ในเวลาเดียวกันนั้น นักวิชาการส่วนหนึ่ง ก็ได้เอาประโยชน์ที่สังคมให้ความไว้วางใจดังกล่าว ไปใช้กับผลประโยชน์ของตนเอง โดยการประพฤติปฏิบัติที่ออกมาในรูปของ ”นักวิชาการเครื่องซักผ้า”.
นักวิชาการเครื่องซักผ้า คือคนกลุ่มหนึ่ง ที่อยู่คราบของนักวิชาการที่คอยทำหน้าที่ฟอกโครงการขนาดใหญ่ หรือนโยบายของรัฐที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสังคม อันไม่น่าไว้วางใจให้สะอาด บริสุทธิ์ โดยเป็นที่น่าสงสัยต่อจริยธรรมทางวิชาการ.
ความจริงแล้ว ศาสตร์ทุกศาสตร์ วิชาการทุกสาขา ควรเป็นไปเพื่อชีวิตที่งดงามและชีวิตที่มีสุขของมนุษย์และธรรมชาติ มิใช่หรือ ?

สนใจโปรดคลิกไปอ่านได้ที่แบนเนอร์ midnight's article ในหัวข้อที่ 35

 

introduction

1.TV.Program

2.Questionnaire

3. Information

4. Article and Knowledge  

5. Discussion

6. Schedule

7. Member

8. History

9. Alternative School

10. answer & Letter

11. art & movie

12. Webboard

13. midnight's report

14. midnight's special

15. psychology

16.link

17. criticism

18. creativity

19.art link

HOME

WEBBOARD

reporter

 

ท้องถิ่นมอง ท้องถิ่นคิด ท้องถิ่นพูด แต่ท้องถิ่นไม่มีเสียง

wpe6.jpg (15282 bytes)     

  ทีทรรศน์ท้องถิ่น

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา

ปัญหาและมุมมองต่างๆของคนท้องถิ่นมักจะถูกละเลยจากสื่อส่วนกลางเสมอ หรือ หากใน บางประเด็น         ปัญหา และ มุมมอง ของคนท้องถิ่นได้รับความสนใจ จากสื่อ ส่วนกลางขึ้นมา การนำเสนอนั้นก็ กระทำ กันอย่างผิวเผิน นอกจากนี้แล้ว กับบาง ปัญหา หรือมุมมองที่สำคัญสำหรับชาวบ้าน    ก็กลับถูกละเลย เพราะคนกรุงเทพไมสนใจ หรือเป็นเรื่องที่ขายไม่ได้   ดังนั้น ความทุกข์ยากของผู้คนในชนบทจึงถูกทิ้ง ขว้างมาโดย ตลอด.  ด้วยเหตุนี้ รายการ "ทีทรรศน์ท้องถิ่น" จึงได้ถือ กำเนิดขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนปากเสียง ของชาวบ้าน ในการสะท้อนปัญหา และนำเสนอมุมมองต่างๆของ ท้องถิ่นต่อ สังคมในวงกว้างในประเด็น สาธารณะต่างๆ

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดลำปาง

ได้ร่วมมือกันจัดทำรายการ ทีทรรศน์ท้องถิ่นขึ้นมา ซึ่งถือเป็นรายการโทรทัศน์ ์ท้องถิ่นแห่งแรก ที่จัดทำขึ้น โดย คนท้องถิ่นในรูปแบบรายการสนทนา เจาะลึก ถึงปัญหาและมุมมองของ ชาวบ้าน  นักวิชาการ   และ   ประชาชน เพื่อสะท้อนถึง ท่าทีของคนท้องถิ่นต่อปัญหาต่างๆของสังคม เพื่อคนท้องถิ่น ตามบทบัญญติแห่ง  มาตร 40 แห่งรัฐธรรมนูญ(ฉบับประชาชน).

รายการทีทรรศน์ท้องถิ่นเริ่มต้นออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ที่กรุงเทพเป็นครั้งแรก      

วันอาทิตย์ที่   6  กันยายน 2541 ในชื่อตอนว่า"อำนาจสื่อท้องถิ่น"  

หัวข้อรายการ"ทีทรรศน์ท้องถิ่น"ที่ผ่านมา

(ออกอากาศทุกวันอาทิตย์แรกของทุกเดือน)

1. อำนาจสื่อท้องถิ่น (วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2541) เริ่มต้นออกอากาศเป็นครั้งแรก

เนื้อหารายการ

เป็นเรื่องการพูดถึงสื่อส่วนกลางที่ ไมค่อยได้ให้ความสนใจกับปัญหาของท้องถิ่น ดังนั้น ท้องถิ่นจึง ควรมีการ พัฒนาสื่อของตนเองขึ้นมาตามแนวนอน โดยอิงอาศัยขนบประเพณีในการสื่อสาร ที่มีมาแต่เดิม เช่น การใช้ ้ศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้านในการสื่อ, หรือการทำสื่อของตนเองขึ้นมาเพื่อเผยแพร่ (เช่น หอกระจายข่าว วิดีโอ   รายการวิทยุ และสิ่งพิมพ์ต่างๆ ฯลฯ) นอกจากนี้รัฐควรเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นได้เข้าถึงสื่อที่มีประสิทธิภาพด้วย ตาม บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ

วิทยากรในรายการทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน "อำนาจสื่อท้องถิ่น" / นิธิ เอียวศีรวงศ์ / สุรพล ตันสุวรรณ / ชัชวาล ทองดีเลิศ   /อ.ไพสิฐ  พาณิชยกุล / สมเกียรติ ตั้งนโม (พิธีกร)

2. โรงเรียนตายแล้ว (วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2541)

เนื้อหารายการ  

พูดถึงโรงเรียนว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไรในประเทศไทย และความล้มเหลวของโรงเรียน ที่ตั้งหน้า ตั้งตามุ่งสู่ มหาวิทยาลัย, ภารกิจที่โรงเรียนกระทำในปัจจุบัน รวมไปถึงเด็กที่เบื่อโรงเรียน และคนที่ไม่เคย ไปโรงเรียน อย่าง พ่อหลวงจอนิ โอโดเชา ว่ามีวิธีการแสวงหาความรู้จนเป็นที่ยอมรับได้อย่างไร ? รวมไป ถึงทางออกของระบบโรงเรียนในรูปต่างๆ อย่างเช่น home school เป็นต้น

วิทยากรในรายการทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน "โรงเรียนตายแล้ว" (แบ่งออกเป็น 2 ช่วง) ช่วงแรก เป็นการแสดง ทัศนะโดยนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2 คน, อ.ชัชวาล ปุญปัน   คณะวิทยาศาสตร์ มช.  อ.สมโชติ อ๋องสกุล คณะศึกษา  ศาสตร์ มช.   ช่วงที่ 2   ประกอบด้วยวิทยากร 4 คน / พ่อหลวงจอนิ โอ่โดเชา /สมพร พึ่งอุดม(ครูส้ม) /อ.สุชาดา จักรพิสุทธิ์ /ครูไพรัช ใหม่ชมพู  /สมเกียรติ ตั้งนโม(พิธีกร)

3. ทุนบ้านนอก (วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2541)

เนื้อหารายการ ความหมายของคำว่าทุนโดยนิยามความหมายแบบของนักเศรษฐศาสตร์สามารถขยายกว้างออกไปได้ จนกระ- ทั่งไปครอบคลุมมิติต่างๆของสังคม เช่นทุนทางสังคม ทุนทางวัฒนธรรม ทุนทางปรัชญา ศาสนา และทุนทาง ความรู้ภูมิปัญญไทย ฯลฯ รายการทีทรรศน์ท้องถิ่นตอนนี้ จึงเสนอมิติมุมมองต่างๆเกี่ยวกับทุนที่มีอยู่ในสังคม ไทย ช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจตกต่ำ มีการจำแนกให้เห็นทุนบ้านนอกในแง่ต่างๆโดยชาวบ้าน นักพัฒ- นาเอกชน พระภิกษุ และนักวิชาการ

วิทยากรในรายการทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน "ทุนบ้านนอก" (แบ่งออกเป็น 2 ช่วง) ช่วงแรก สะท้อนให้เห็นทุนต่างๆ โดยชาวบ้าน และนักพัฒนาเอกชน อาทิ ตัวแทนกลุ่มฮักเมืองน่าน /คุณแสงวรรณ ชาวบ้าน อ.แม่ทา จ.เชียงใหม่/ และตัวแทนจาก NGOs /   พระภิกษุจากวัดอุโมงค์ ๒ รูป   /   อ. สมปอง  เพ็งจันทร์   คณะวิจิตรศิลป์ มช.   ช่วงที่ 2 โดย  อ. ฉลาดชาย รมิตานนท์ คณะสังคมศาสตร์ มช. แจกแจงทุนบ้านนอกในทุกๆมิติ   /   สรุปและร้อยประเด็น ทั้งหมด โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์

4. ความตายในภูมิปัญญาล้านนา (วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม 2542)

เนื้อหารายการ 

กล่าวถึงความตายเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่พยายามหลีกหน ี ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องความตายนี้ ส่วนใหญ่แล้ว มีทั้งเกิดขึ้นมาจากแนวคิดสุขนิยม และได้รับการปลูกฝังขึ้นมาจากความก้าวหน้าใน ทางการ แพทย์สมัยใหม่ ที่พยายามเหนี่ยวรั้งชีวิตของเราเอาไว้   ทั้งเพื่อเสพวัตถุหรือบริโภคความสุขต่อไปได้ ้นานๆ และ ด้วยความ มั่นใจในความมหัศจรรย์ทางการแพทยสมัยใหม่ จนกระทั่งบางครั้งเกินความพอดีของ ธรรมชาติ   ด้วยเหตุดัง นั้น ดังนั้น ทัศนคติที่มีต่อความตายของผู้คนจึงเป็นไปในแง่ลบ. ในเวลาเดียวกัน ศาสตร์และ ภูมิปัญญาของ คนเอเชีย ในสมัยโบราณ ไม่ว่าจะเป็นศาสนา หรือภูมิปัญญาท้องถิ่นล้านนา กลับมองความตาย อย่างเข้าใจ และอาจหาญ พร้อมที่จะเผชิญ หน้ากับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างมีเกียรติ   สิ่งต่างๆเหล่านี้ ี้ดำรงอยู่ใน รูปของขนบประเพณี และท่าทีที่มีต่อเรื่องดังกล่าวอย่างองอาจและยอมรับ    รวมถึงระบบการจัดการ เกี่ยวกับ เหตุการณ์เช่นนี้ของชีวิตได้ อย่างสง่างาม 

วิทยากรในรายการทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน "ความตายในภูมิปัญญาล้านนา"  พ่อหมอบุญชู จันทรบุตร / ดร.ประมวล เพ็งจันทร์ / คุณโปร่งนภา อัครชิโนเรศ / ศ.นพ.เฉลียว ปิยะชน   / คุณสนั่น ธรรมธิ /  ดร.ชยันต์ วรรธนะภูต สรุป

5. ผู้หญิงล้านนาในสื่อ (วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2542)

เนื้อหารายการ

ทัศนะโดยทั่วไปของชายไทยที่มีต่อสาวชาวเหนือนั้น มักเป็นไปด้วยท่าทีของความต้องการ บริโภค นับตั้งแต่ ่การมาเกี้ยวสาว การได้รับการต้อนรับขับสู้ด้วยความอ่อนหวานแบบที่คาดหวัง จนกระทั่ง ถึงการอยากใช้ บริการ ทางเพศกับสาวเหนือ   ท่าทีหรือทัศนคติเช่นนี้ไม่เกิดขึ้นมากนักกับสาวภาคอื่นๆ   อะไร คือสาเหตุที่ทำให้เกิด ท่าทีหรือทัศนคติเหล่านี้ขึ้นมา และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสาวชาวเหนือนั้นควรจะ เป็นเช่นไร สื่อมีอิทธิ- พลต่อการสร้างทัศนคติเช่นว่านี้ด้วยหรือไม่ และสื่อมวลชนควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ผู้หญิงล้านนาอย่างไร ?   เหล่านี้ คือคำถามที่สามารถแสวงหาคำตอบได้ในรายการทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน"ผู้หญิงล้านนาในสื่อ"

วิทยากรในรายการทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน "ผู้หญิงล้านนาในสื่อ" / อ.อรรถจักร สัตยานุรักษ์ /อ.นงเยาว์ เนาวรัตน์ /  แม่ทองดี  / ตัวแทนผู้หญิงจาก เอ็มเพาเวอร์ /อ.วารุณี ภูริสินสิทธิ์ (พิธีกร)

6. คนชายขอบ (วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2542)

เนื้อหารายการ

นิยามของคนชายขอบ หมายถึงบุคคลที่เข้าไม่ถึงทรัพยากร การบริการ และอำนาจการต่อรองต่างๆด้วยเหตุผล หลายๆประการที่ไม่เป็นธรรม อาทิเช่น เรื่องเชื้อชาติ ความเป็นชนกลุ่มน้อย หรือแม้กระทั่งผู้ด้อยโอกาส และ บุคคคลในบางอาชีพ รวมกระทั่วบุคคลที่ขาดการศึกษา ฯลฯ สิ่งต่างๆเหล่านี้ สังคมมองไม่เห็นและ ไม่เคยได้ รับรายงานผ่านสื่อ ทำให้คนกลุ่มนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสังคม แม้ว่าจะเสียภาษีทางอ้อมเช่นเดียวกัน กับคนกลุ่มอื่นก็ตาม   บางครั้งพวกเขายังถูกแย่งชิงทรพัยากรที่จำเป็นต่อชีวิตไป โดยไม่สามารถที่จะต่อสู้กับ อำนาจอันไม่เป็นธรรมนั้นได้   ดังนั้นรายการทีทรรศน์ท้องถิ่น ซึ่งเป็นตัวแทนของคนท้องถิ่นจึงหยิบเอาประ- เด็นปัญหาเหล่านี้มานำเสนอสู่สายตาของสังคม

วิทยากรในรายการทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน "คนชายขอบ" / ดร. อานันท์ กาญจนพันธ์  /   คุณพรรณงาม สมณา ตัวแทนชาวสลัมแม่ข่า จ.เชียงใหม่ / หมอโกมาตร์ จึงเสถียรทรัพย์ /   คุณสมชัย ศิริชัย ตัวแทนชาวเขา / คุณสวิง ตันอุด ตัวแทนผู้ป่วยโรคเอดส์  / ดร.ประมวล เพ็งจันท์(พิธีกร)

7. วิทยาศาสตร์บ้านนอก (วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน 2542)

เนื้อหารายการ

ความรู้วิทยาศาสตร์และทัศนคติเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์แบบตะวันตกได้เข้ามาครอบงำสังคมไทยใน         ปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมุ่งรับใช้สังคมบริโภคในทุกๆด้าน ขณะที่ ท่าทีวิทยาศาสตร์ของชาวบ้าน หรือที่เราเรียกว่า วิทยาศาสตร์บ้านนอกนั้น ซึ่งมีอยู่ควบคู่กันมากับสังคมไทยมาแต่อดีตควบคู่กันกับภูมิปัญญาอื่นๆอย่างสอดประสานกลับถูกละเลย ไม่ว่าจะเป็นความรู้ทางด้าน   สาธารณสุข ทางด้านวิศวกรรม(การตีดาบ การทำบาตรพระ, หรือ การหล่อพระพุทธรูป ฯลฯ) รวมกระทั่งสัตวศาสตร์ และโหราศาสตร์. สิ่งต่างๆเหล่านี้ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราควร จะหันกลับมาดู และพิจารณาใคร่ครวญเพื่อฟื้นคืนกลับไปสู่ท่าทีวิทยาศาสตร์ในแบบของเราเองอย่างลึกซึ้ง  

คำโปรยขึ้นต้น (โดย ชัชวาล ปุญปัน)

วิทยาศาสตร์บ้านนอก เป็นระบบความคิดที่สัมพันธ์กับชีวิตและธรรมชาติ เชื่อมโยงมิติต่างๆอย่างหลากหลาย โดยที่วิทยาศาสตร์สมัยใหม่แบบแบ่งซอยแยกส่วน เน้นความชำนาญพิเศษเฉพาะด้าน ประสบกับความล้มเหลวมาโดยตลอด วิทยาศาสตร์บ้านนอก ถูกทำให้ไร้คุณค่าทางเศรษฐกิจ เพราะมิใช่วิทยาศาสตร์เพื่อทำเงิน วิทยาศาสตร์บ้านนอกไม่ผูกขาดและเบียดเบียน มีคุณค่าของชีวิตและกลมกลืนกับธรรมชาติ เพื่อที่จะเผชิญหน้ากับอิทธิพลของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในศตวรรษหน้า สังคมไทยควรมีทางเลือกกับตัวเองหรือไม่ “วิทยาศาสตร์บ้านนอก” พร้อมที่จะพิสูจน์ตัวเองเสมอ ถ้าสังคมให้โอกาส

คำโปรยลงท้าย

ศาสตร์ที่ควรพ้นสมัยหมดจากความสนใจของมนุษย์ ย่อมจะได้แก่ศาสตร์ที่เกิดจากความคิดเบียดเบียน แข่งขัน แย่งชิง เอาเปรียบมนุษย์และธรรมชาติโลกได้ใช้กรอบความคิดแบบวิทยาศาสตร์ตะวันตกมาเป็นเวลากว่าสองศตวรรษ ซึ่งเพียงพอที่จะตระหนักว่า มนุษย์ชาติควรมีทางเลือกใหม่ เพื่อให้ศาสตร์ทำหน้าที่รับใช้มนุษย์ นำพามนุษย์ไปสู่ความดีงาม มิใช่ตกเป็นทาสรับใช้ศาสตร์โดยไม่คำนึงว่า สิ่งทั้งหลายจะเป็นอยู่อย่างไร “วิทยาศาสตร์บ้านนอก”เป็นทางเลือกที่จะนำพาสังคมไทยไปสู่จุดหมายนั้นได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องแสวงหาทางออกต่อไป.

8.  ผี (วันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม 2542)

เนื้อหารายการ

ผีที่เที่ยวมาหลอกมาหลอนผู้คนให้ต้องอกสั้นขวัญแขวน เป็นผีในแบบปัจเจก ซึ่งเกิดขึ้นมาในสังคม ไทยโดยไม่ก่อประโยชน์แต่อย่างใด ผีที่พูดถึงกันในรายการนี้กลับเป็นเรื่องของผีชุมชนที่คอยช่วยรักษาทำนองคลอง ธรรมของสังคมไม่ให้มีการล่วงละเมิด ไม่ว่าจะเป็นผีเรือน ผีน้ำ ผีฟ้า หรือแม้กระทั่ง เจ้าแม่เจ้าพ่อต่างๆ ล้วนเกิดขึ้น มาเพื่อธำรงรักษาชุมชนให้เกิดความสงบสุข    ปัจจุบันจากความเปลี่ยนแปลงทางด้านวิทยาศาสตร์และระบบกฎหมาย ที่ได้เข้ามาสู่สังคมไทย ได้บั่นทอนความเชื่อในเรื่องดังกล่าวลงไป และได้เข้ามาทดแทนหน้าที่ต่างๆเหล่านี้ แต่กลับ ไม่ทำให้สังคมหรือชุมชนสงบสุขได้เหมือนอดีต ทั้งนี้เป็นเพราะเหตุใด ? และทำไมผีจึงยังสำคัญอยู่ในสังคมไทย

คำโปรย ทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน”ผี” (สมเกียรติ ตั้งนโม)

”ผี” เป็นคำที่มักจะสะกดคนให้เกิดความกลัว และพยายามที่จะหลีกหนี เป็นเพราะผีในความเข้าใจของคนสมัยใหม่ คือผีที่เที่ยวมาหลอกมาหลอน หรือคอยมาทำร้ายผู้คนที่ไม่เคารพยำเกรง เป็นผีที่ผู้คนชอบที่จะผลักไสออกไปให้พ้นตัว ส่วนบางคนที่ได้รับประโยชน์จาก”ผี”ชนิดนี้ ก็มักจะใช้เพื่อหาประโยชน์ใส่ตัว เพื่อให้คุ้มครองตัวเองบ้าง หรือช่วยดลบันดาลใน ลาภ ยศ บ้าง สำหรับ”ผี”ที่รายการตอนนี้ที่มุ่งนำเสนอ เป็น”ผี”ในความหมายสำหรับชุมชน เป็นเสมือนศาสนา และหลักจริยธรรมของสังคม เป็นครรลองแห่งการเคารพนับถือ และสนองประโยชน์ชุมชน ผีในลักษณะเช่นนี้จึงมิใช่เป็นของปัจเจกบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นของสังคมร่วมกันซึ่งยึดถือ และให้ความเคารพ ปัจจุบัน เพราะเหตุใด”ผี”ในความหมายอย่างหลังจึงเกือบจะไม่เป็นที่เข้าใจกันอีกแล้ว และทำไมเราต้องมาทำความเข้าใจกับคำๆนี้กันอีกครั้ง ขอเชิญร่วมใช้วิจารณญานไปพร้อมกับวิทยากรในรายการทีทรรศน์ท้องถิ่น.

วิทยากรในรายการทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน "ผี"   / ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ / รศ.ศรีศักร วัลลิโภดม / อ.เรณู วิชาศิลป์  / แม่  จันทร์สม สายธารา / อ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล (พิธีกร)

9. การศึกษาทางเลือก (วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน 2542)

เนื้อหารายการ

ระบบโรงเรียนในปัจจุบันเริ่มหมดความสำคัญในบทบาทหน้าที่ของการให้ความรู้ลงไปเรื่อยๆ ด้วยเหตุผลหลายประการ   ประกอบกับ ความรู้สึกที่เริ่มไม่พอใจต่อระบบการศึกษาที่จัดการในทุกวันนี้ตามนโยบายของรัฐ   ซึ่งมุ่งผลิตผู้มีการศึกษาไปรับใช้กิจกรรมในบางภาคของสังคมเพียงเท่านั้น นอกจากนี้ ประชาชนเริ่มตื่นตัวกับการศึกษาที่มิได้ตอบสนองสังคมดังกล่าว จึงก่อให้เกิดโรงเรียนทางเลือกในหลายๆรูปแบบขึ้นมา อาทิ home school, โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก, หรือโรงเรียนพุทธเกษตร เป็นต้น. รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนก็ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาเช่นกัน การศึกษาทางเลือกในหลายๆรูปแบบเหล่านี้จึงถูกเสนอและเปิดกว้างออกมาสู่สังคมไทย การศึกษาในระบบหรือการศึกษาที่เป็นทางการในปัจจุบัน เน้นให้คนที่จบการศึกษาแล้วมุ่งไปรับใช้เอกชน ราชการ รัฐวิสาหกิจ และอุตสาหกรรมเป็นหลัก โดยไม่มองการศึกษาในมิติอื่นๆนอกจากเพื่อการประกอบอาชีพเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ บุคคลซึ่งจบการศึกษาจึงวัดความสำเร็จของระบบด้วยการมีงานทำ มากกว่าที่จะมีความรู้ จะด้วยความตั้งใจอย่างจริงใจหรืออย่างไม่รู้ตัวก็ตาม การศึกษาในระบบได้ทำให้คนในชนชั้นต่างๆ ปรับตัวมาเป็นชนชั้นกลางและชนชั้นสูงของสังคมอยู่ตลอดมา จากการปรับไปสู่ฐานะของการเป็นชนชั้นกลางดังกล่าว ทำให้มองปัญหาของสังคมไม่รอบด้าน คำนึงถึงผลประโยชน์ของตนเอง และมุ่งผลิตสิ่งอุปโภคและบริโภครับใช้กลุ่มของตน และสิ่งที่การศึกษาในระบบกระทำสำเร็จอันเป็นผลผลิตในเชิงวัตถุก็คือ ได้พัฒนาเทคโนโลยีที่รับใช้ชนชั้นกลางและชนชั้นสูงมาโดยตลอดด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเปลี่ยนอวัยวะ การพัฒนาสื่อที่กว้างไกล เช่น โทรทัศน์ วิทยุ อินเตอร์เน็ท หรือศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ที่เป็นเรื่องของชนชั้นกลางและชนชั้นสูงครอบงำอยู่ตลอดเวลา

กล่าวโดยสรุป การศึกษาในระบบเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของคนส่วนน้อยของประเทศ โดยละเลยปัญหาของคนส่วนใหญ่ หรือปัญหาของคนจน หรือคนท้องถิ่นที่ต้องการความช่วยเหลือและพัฒนาจากระบบการศึกษานี้ด้วยเช่นกัน ตัวอย่างที่ชัดเจนซึ่งเป็นรูปธรรมก็คือ สิ่งอำนวยความสะดวกไม่ว่าจะเป็นไปในด้านงานอาชีพ การเดินทาง หรือความบันเทิง ของชนชั้นล่าง ล้วนผลิตขึ้นมาภายนอกรั้วมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาเกือบทั้งหมด โดยนักประดิษฐ์ที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษาที่เป็นทางการ เช่น ควายเหล็ก รถอีแต๊น เรือหางยาว รถตุ๊กๆ รถเก็บขยะเล็กๆตามซอย เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อบุคคลที่มีรายได้น้อยเป็นจำนวนมาก จากความล้มเหลวข้างต้นซึ่งได้เสนอภาพออกมาในบ้างด้านนี้ ทีทรรศน์ท้องถิ่นจึงต้องการที่จะนำเสนอการศึกษาที่เป็นทางเลือกอื่นๆ อันเป็นไปเพื่อคนส่วนใหญ่หรือคนจนของประเทศ และมิติอันหลากหลายในความหมายของการศึกษาที่กว้างขวาง และได้มีการศึกษากันอยู่จริงในสังคมไทย

วิทยากรในรายการทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน / อ.พิภพ ธงไชย /นพ. พร พันธุ์โอสถ /อ้ายพัฒน์ ตัวแทนชาวบ้าน อ.แม่ทา จ.เชียงใหม่ /ภาสกร กันเดช/ อุทิศ อติมานะ / ดร. ประมวล เพ็งจันทร์ : (พิธีกร)

10. ธุรกิจข้างถนน (วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม 2543)

เนื้อหารายการ

ธุรกิจข้างถนน เป็นภาคการผลิตและบริการที่ไม่เป็นทางการ(informal sector) ซึ่งได้หล่อเลี้ยงคนจนของประเทศเป็นจำนวนมาก และอาจจะมากกว่าคนที่อยู่ในภาคการผลิตและบริการที่เป็นทางการ(formal sector). แม้ว่าธุรกิจข้างถนนจะช่วยบรรเทาปัญหาชีวิต ความเป็นอยู่ และเศรษฐกิจของคนส่วนใหญ่ได้เป็นอันมากแต่กลับถูกรังแกและถูกทอดทิ้งจากรัฐบาลและข้าราชการมาโดยตลอด นอกจากนี้ยังถูก รังเกียจเดียดฉันท์จากชนชั้นกลางในเมืองด้วย ไม่ว่าในปัญหาการใช้ที่สาธารณะ การกีดขวางทางจราจร การทำให้บ้านเมืองสกปรก และการทำลายสุนทรียภาพของเมือง(ตามความคิดแบบตะวันตก) ธุรกิจข้างถนน มีศักยภาพในการพัฒนาไปสู่ภาคการผลิต และบริการ ที่เป็นทางการได้ หากผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวพัฒนาตนเองขึ้นมา และไม่ถูกรังแกและรังเกียจจากหน่วยงานและประชาชนที่เกี่ยวข้อง และหากได้รับการสนับสนุนส่งเสริมอย่างเข้าใจก็จะเป็นแรงผลักที่สำคัญอีกทางหนึ่งด้วยอันนำไปสู่มาตรฐานของการประกอบการในทางธุรกิจ พิจารณาถึงระบบความสัมพันธ์ของคนจนในเครือข่ายธุรกิจข้างถนน (การช่วยเหลือกันในทางธุรกิจ การเปลี่ยนสินค้าตัวใหม่ ฯลฯ) ชีวิตความเป็นอยู่ และวัฒนธรรม รวมทั้งสถานภาพทางสังคม และการสาธารณสุข

คำโปรยต้นรายการ (สมเกียรติ ตั้งนโม)

ธุรกิจข้างถนน เป็นภาคการผลิตและบริการที่ไม่เป็นทางการ ซึ่งได้หล่อเลี้ยงคนจนของประเทศเป็นจำนวนมากมาโดยตลอด แม้ว่าธุรกิจข้างถนนจะช่วยบรรเทาปัญหาชีวิต ความเป็นอยู่ และเศรษฐกิจของคนส่วนใหญ่ได้เป็นอันมาก แต่กลับไม่ได้รับการพัฒนาจากหน่วยงานของรัฐเสมอมา ซ้ำร้ายยังถูกรังแกและถูกตั้งขอรังเกียจมาโดยตลอด นอกจากนี้ ้ชนชั้นกลางในเมืองยังรู้สึกว่าคนพวกนี้ได้สร้างปัญหาในเรื่องการใช้ที่สาธารณะ การทำให้บ้านเมืองสกปรก และการทำลายสุนทรียภาพของเมือง ถึงเวลาแล้ว ที่เราต้องใคร่ครวญปัญหาของผู้ประกอบการธุรกิจคนเล็กคนน้อยพวกนี้ ้ของสังคมกันอย่างจริงจัง เพื่อตรวจตราดูถึงมิติต่างๆของวิถีความเป็นอยู่ของคนจนบนถนนว่า พวกเขาเป็นอยู่กันอย่างไร และพวกเขาเสียเปรียบคนอื่นอย่างไร ?  นักธุรกิจข้างถนน ในฐานะที่เป็นผู้จ่ายภาษีทางอ้อมเวลาที่ซื้อสบู่ ยาสีฟัน และอื่นๆ เหมือนและเท่ากันกับเศรษฐีของประเทศไทยทุกๆคน รัฐได้ตอบแทนการชำระภาษีของพวกเขาไปในการพัฒนา และอำนวยความสะดวกเช่นเดียวกับคนกลุ่มอื่นของสังคมหรือไม่ อย่างไร ?

คำโปรยท้ายรายการ

ด้วยนโยบายของรัฐเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจในแบบทุนนิยมตะวันตก ซึ่งผิดไปจากมาตรฐาน จึงทำให้สังคมไม่อาจที่จะดูดซับแรงงาน เหล่านี้เข้าไปในระบบเศรษฐกิจได้ทั้งหมด ดังนั้น ธุรกิจข้างถนนจึงเป็นสิ่งตกค้างทางประวัติศาสตร์ของการพัฒนาฯในสังคมของเรา กลายเป็นวิถีชีวิตของคนจนเมือง จนกระทั่งทุกวันนี้ หากจะโทษพวกเขาที่อยู่ริมถนนกันแล้ว ขอให้เรามองย้อนกลับไปยังแผนพัฒนา เศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งได้แย่งชิงทรัพยากรไปจากพวกเขามาตั้งแต่ต้น ทั้งนี้เพราะ พวกเขาเป็นผู้ที่ถูกเลือกให้เสียเปรียบมาตั้งแต่ อยู่ในแผ่นกระดาษ. และเรายังจะปล้นศักดิ์ศรีของความเป็นคน อันเป็นสิ่งสุดท้ายของเผ่าพันธุ์มนุษย์ไปจากเขาอีกหรือ ?

วิทยากรในรายการทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน "ธุรกิจข้างถนน" วิทยากร / ศ.ดร.อคิน รพีพัฒน์ / รศ. เบญจา จิรภัทรพิมล / อ.อรรถจักร สัตยานุรักษ์ / คุณจำนงค์ จิตรนิรัตน์. / ดร.ประมวล เพ็งจันทร์ (พิธีกร)

หมายเหตุพิเศษ : เนื่องจากรายการทีทรรศน์ท้องถิ่นตอนนี้ มีการดูดเสียงคำที่ทางช่อง 11 คิดว่าไม่สุภาพ โดยไม่มีการปรึกษากับทีมงานผู้ผลิตร่วม คือ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน กับ สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จ.ลำปาง จึงได้มีการทำจดหมายถึงอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ดังนี้ :

รายการทีทรรศน์ท้องถิ่น

ทีมงานมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน(คณาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ร่วมกับ สำนักประชาสัมพันธ์ เขต 3 จ.ลำปาง

ตู้ ปณฝ. 254 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 50200

๗ กรกฎาคม ๒๕๔๒

เรื่องขอความร่วมมือในการออกอากาศรายการทีทรรศน์ท้องถิ่น

เรียน อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์

เนื่องจากรายการทีทรรศน์ท้องถิ่นตอน”ธุรกิจข้างถนน”ซึ่งออกอากาศเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๔๒ ที่ผ่านมา ได้มีการดูดเสียงของแม่ค้าข้าง ถนนในขณะให้สัมภาษณ์แกพิธีกร เมื่อกล่าวถ้อยคำว่า”หนูอยากจะด่าพวกที่มีความรู้สูง”ออกไป ทีมงานผู้จัดรายการได้พิจารณาก่อนแล้วว่า ถ้อยคำดังกล่าว มีลักษณะรุนแรงเกินไปหรือไม่ แต่ก็เห็นว่าเมื่อนำถ้อยคำนี้รวมอยู่ในคำสัมภาษณ์ทั้งหมด ก็เข้าใจได้ว่าไม่ใช่คำ”ด่า” หากเป็นการแสดงความรู้สึกนึกคิดที่อัดอั้นอยู่ในใจของผู้กล่าว อันเป็นสารที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งรายการต้องการสะท้อนให้คนอื่นในสังคม ได้มองจากมุมมองผู้ทำธุรกิจข้างถนนบ้าง อันเป็นกลุ่มคนที่ไม่ค่อยมีโอกาสมีปากมีเสียงในสังคม ในขณะเดียวกัน ทีมงานผู้จัดทำรายการ ก็พิจารณาด้วยว่า การปล่อยถ้อยคำนี้ออกไปจะเป็นธรรมแก่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ที่ซึ่งเป็นผู้จัดระเบียบทางเท้าหรือไม่ ทีมงานฯ ได้พิจารณาจาก คำสัมภาษณ์ทั้งหมดและเนื้อหาของรายการแล้วเห็นว่า ประเด็นสำคัญที่รายการนำเสนอ ไม่ได้มุ่งจะโจมตีเจ้าหน้าที่เทศบาลหรือหน่วยงาน อื่นใดซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายที่ได้รับมอบหมายจากเบื้องบน รายการทีทรรศน์ท้องถิ่นตอน”ธุรกิจข้างถนน” เสนอมุมมองให้สังคม ร่วมกันคิดว่า นโยบายจัดระเบียบทางเท้าด้วยการกีดกันไม่ให้คนจนๆได้ใช้พื้นที่นั้นทำกินโดยสุจริตอย่างเด็ดขาดนั้น ไม่ก่อประโยชน์ ให้แก่ใครจริง นอกจากทำให้ต้นทุนธุรกิจข้างถนนต้องสูงขึ้นซึ่งไม่เป็นผลดีแก่ใครเลย รวมทั้งไม่เป็นผลดีแก่เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ด้วย ผู้จัดทำรายการจึงใคร่เรียนให้ผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบรายการของช่อง ๑๑ ใช้วิจารณญานในการตรวจสอบอย่างกว้างขวาง กว่าการ พิจารณาเฉพาะถ้อยคำเป็นตอนๆ แต่ควรพิจารณาถ้อยคำที่มีปัญหานั้นร่วมกับความทั้งหมดทั้งของบทสัมภาษณ์และของรายการทั้งรายการ ธรรมชาติของผู้ให้สัมภาษณ์สดนั้นยากที่จะเรียบเรียงถ้อยคำให้สละสลวย แต่มักจะสื่อความที่ต้องการผ่านสีหน้า, แววตา, และถ้อยคำที่อยู่ลึกๆ ในจิตใจของตัวเองโดยไม่รู้ตัว และนี่คือเสน่ห์ของโทรทัศน์ซึ่งสามารถสื่อสารในสิ่งที่สื่อประเภทอื่นไม่อาจสื่อได้ การเซนเซอร์โดยขาดหลักการเหล่านี้ทำลายพลังของสื่อโทรทัศน์ลงไปโดยไม่จำเป็น ฉะนั้น หากจะมีการตัดทอนส่วนใดของรายการเช่นนี้อีก ทีมผู้จัดฯ ประสงค์ให้ทางกรมประชาสัมพันธ์ได้ติดต่อกับทางช่อง ๑๑ ลำปาง เพื่อให้ทางทีมผู้จัดได้มีโอกาสชี้แจง ทีมผู้จัดฯ หวังว่า การจัดทำ รายการ”ทีทรรศน์ท้องถิ่น”เป็นความร่วมมือระหว่างกัน โดยมุ่งประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก จึงสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ เพราะไม่ใช่การเสนองานให้ผู้บังคับบัญชาตรวจสอบฝ่ายเดียว

นอกจากนี้ ยังมีอีก ๒ ปัญหาที่ทางทีมผู้จัดฯ ใคร่ขอความร่วมมือกับช่อง ๑๑ กรมประชาสัมพันธ์ ๑) ในการออกอากาศเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม นี้นั้น ทางสถานีได้ตัดเครดิตท้ายรายการออกไปทั้งหมด อันประกอบด้วย สถานที่ติดต่อกับผู้จัดทำรายการฯ ระยะเวลาการออกอากาศ และ ผู้สนับสนุนรายการ การตัดเครดิตท้ายรายการเช่นนี้ได้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว รายการโทรทัศน์ที่มีเพียงเดือนละ ๑ ครั้ง ออกอากาศในช่อง ๑๑ ซึ่งไม่มีบริษัทธุรกิจใดๆทำเรทติ้ง เป็นปัญหาที่ผู้จัดทำรายการเช่นนี้ไม่สามารถหยั่งความคิดและอารมณ์ของผู้ชมได้เลย ความพยายาม ที่จะเปิดช่องทางการติดต่อและการประกาศเวลาของรายการล่วงหน้าจึงมีความสำคัญอย่างมาก ผู้จัดทำรายการฯ จึงใคร่ขอร้องช่อง ๑๑ ว่า กรุณาอย่าตัดข้อความในตอนท้ายรายการออกตามสะดวกเช่นนี้อีก ๒) รายการทีทรรศน์ท้องถิ่นซึ่งออกอากาศเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ถูก เลื่อนเวลาออกไป ๑๑ นาที การเลื่อนเวลาเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเช่นกัน เนื่องจากช่อง ๑๑ จำเป็นต้องถ่ายทอดกิจกรรมบางประการเช่น การเลือกตั้งท้องถิ่น เป็นต้น ในส่วนนี้จึงเข้าใจความจำเป็นของช่อง ๑๑ ได้ อย่างไรก็ตาม รายการที่ออกอากาศห่างกันเดือนละ ๑ ครั้งนั้น ยากที่จะหาผู้ชมประจำของตนเองได้ ทางทีมผู้จัดฯ จึงได้พยายามทุกวิถีทางที่จะโฆษณารายการผ่านสื่อชนิดอื่น เช่น หนังสือพิมพ์ เพื่อแจ้ง กำหนดการออกอากาศและประเด็นเรื่องของรายการไว้ล่วงหน้า ฉะนั้นหากช่อง ๑๑ มีความจำเป็นต้องเลื่อนเวลาออกอากาศของรายการออกไป ด้วยเหตุเฉพาะหน้าใดๆ ก็ตาม ขอได้โปรดแจ้งการเลื่อนเวลาด้วยตัววิ่งใต้ภาพไว้ล่วงหน้า รวมทั้งในระหว่างเวลาที่ควรเป็นเวลาของ รายการทีทรรศน์ท้องถิ่น คือ ๑๒.๐๕ – ๑๓.๐๐ น. ไว้ด้วยความถี่พอสมควรด้วย

จึงเรียนมาเพื่อขอความร่วมมือในประเด็นต่างๆ ดังที่กล่าวแล้วนี้

ขอแสดงความนับถือ

นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ (ที่ปรึกษารายการทีทรรศน์ท้องถิ่น ทีมงานมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน (คณาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่))

11. ชาวเขาคือเรา (วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม 2543)

เนื้อหารายการ

ความสัมพันธ์ของชาวเขากับรัฐเป็นอย่างไร, ความสัมพันธ์เชิงสังคมระหว่างชาวเขากับชาวพื้นราบเป็นอย่างไร วิถีชีวิตความเป็นอยู่ทางด้าน สังคมและวัฒนธรรมของพวกชาวเขาเป็นอย่างไร ? ทำไมชาวเขาจึงถูกมองว่ามีความเป็นเขาทไม่ใช่พวกเรา สิ่งเหล่านี้ถูกใครสร้างขึ้นมา หรือไม่ ?

ชาวเขามักจะได้รับการมองในลักษณะที่เป็น stereotype เช่นเดียวกับที่คนผิวดำ คนจีน ยิว ถูกมองในสังคมอื่นๆ ทั้งๆที่ชาวเขาก็มีวิถีชีวิตที่ สลับซับซ้อนและหลายๆด้านเช่นเดียวกับคนอื่นๆ. ชาวเขา(ทั้งหมด)ถูกตราว่าเป็นผู้ที่ค้ายาเสพติด ตัดไม้ทำลายป่า ปลูกไร่เลื่อนลอย ทำลาย ต้นน้ำ ใช้สารเคมี และทำการเกษตรในที่สูงจนก่อความเสียหายให้กับลำธารที่ไหลลงมาสู่พื้นราบฯ. ความจริงแล้ว การจัดการทรัพยากร ทางธรรมชาติของพวกชาวเขาได้มีมาแต่เดิม เช่นการจัดการกับป่า กับต้นน้ำ.   คนพื้นราบมักจะมองพวกชาวเขาในลักษณะที่ Static เช่น เห็นว่าพวกนี้ปลูกฝิ่น ภายหลังได้หันมาปลูกผัก ใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงมาก เป็นการทำเกษตรแบบไม่ยั่งยืน ไม่มีความมั่นคงในการใช้ที่ดิน แต่ไม่เคยค้นหาคำตอบเลยว่าทำไมชาวเขาจึงกระทำเช่นนั้น ความจริงก็คือ เราไม่เคยเปิดโอกาสที่จะทำให้ชาวเขารู้สึกกับความมั่นคงใน ชีวิตมาก่อนเลย ดังนั้น ด้วยชีวิตที่ไม่มั่นคง ชาวเขาจึงต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆและพร้อมที่จะหนีอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอันนี้เป็นเพราะว่าคนใน พื้นราบทั้งหมดทำให้ชาวเขาแย่ลง สังคมของเราจึงแย่ตามไปด้วย ทั้งดิน น้ำ ป่า. นอกจากนี้ ที่ชาวเขาเดือดร้อนในทุกวันนี้ เพราะมีการ แย่งชิงการใช้ประโยชน์จากพื้นที่สูงจากคนพื้นราบหลายกลุ่ม เช่น เอาไปทำการท่องเที่ยวหรือรีสอร์ท การแย่งชิงน้ำเพื่อใช้ในการอุปโภค และบริโภค

คำโปรยต้นรายการ   (สมเกียรติ ตั้งนโม)

ชาวเขาถูกมองในลักษณะที่เป็นภาพนิ่ง เป็นชนกลุ่มน้อยอันน่ารังเกียจในสังคมไทย เช่นเดียวกับที่คนผิวดำ คนจีน คนยิว ถูกมองในสังคมอื่นๆ ทั้งๆที่ชาวเขาก็มีวิถีชีวิตสลับซับซ้อนและหลายๆด้านเช่นเดียวกับคนอื่นๆ มีทั้งคนดีและคนชั่ว แต่ชาวเขา(ส่วนใหญ่)ก็ถูกตราว่าเป็น ผู้ที่ค้ายาเสพติด ตัดไม้ทำลายป่า ปลูกไร่เลื่อนลอย ทำลายต้นน้ำ ใช้สารเคมี และทำการเกษตรในที่สูงจนก่อความเสียหายให้กับลำธารที่ ไหลลงมาสู่พื้นราบฯ. ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น พบกับคำตอบเหล่านี้ได้ใน”ทีทรรศน์ท้องถิ่น” ตอน "ชาวเขาคือเรา"

คำโปรยท้ายรายการ (สมเกียรติ ตั้งนโม)

ที่จริงนั้น ชาวเขามีการจัดการทรัพยากรทางธรรมชาติของพวกชาวเขาซึ่งมีมาแต่เดิม เช่น การจัดการกับป่า กับต้นน้ำ แต่คนพื้นราบมักจะ มองพวกชาวเขาในลักษณะที่เป็นภาพนิ่ง เช่น ทำลายป่า เห็นว่าพวกนี้ปลูกฝิ่น ภายหลังได้หันมาปลูกผัก ใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงมาก เป็นการทำเกษตรแบบไม่ยั่งยืน ไม่มีความมั่นคงในการใช้ที่ดิน แต่ไม่เคยค้นหาคำตอบเลยว่าทำไมชาวเขาจึงกระทำเช่นนั้น ความจริงก็คือ เราไม่เคยเปิดโอกาสที่จะทำให้ชาวเขารู้สึกกับความมั่นคงในชีวิตมาก่อนเลย ดังนั้น ด้วยชีวิตที่ไม่มั่นคง ชาวเขาจึงต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ และพร้อมที่จะหนีอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอันนี้เป็นเพราะว่าคนในพื้นราบทำให้ชาวเขาแย่ สังคมของเราจึงแย่ตามไปด้วย ทั้ง ดิน น้ำ และป่า

วิทยากรในรายการทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน "ชาวเขาคือเรา" / อานันท์ กาญจนพันธุ์ คณะสังคมศาสตร์ มช. / ดร. ประมวล เพ็งจันทร์ คณะมนุษยศาสตร์ มช. / พ่อหลวงจอนิ โอโดเชา ผู้นำชาวกะเหรี่ยง / พ่อหลวงบุญเกิด พนากำเนิด ผู้นำชาวม้ง / คุณชุติมา มอแลกู่ (หมี่จู)เอ็น.จี.โอ. อาข่า

12. เอ็น.จี.โอ (NGOs) ( ตอนที่ 1 วันอาทิตยฺที่ 5 กันยายน 2543 / ตอนที่ 2 วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม 2543) 

เนื้อหารายการ

แบ่งออกเป็น 2 ช่วง, ช่วงแรก"ทีทรรศน์ท้องถิ่นสัญจร" เป็นการพูดถึงประวัติความเป็นมาของ NGOs นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการพัฒนาในสมัย ดร.ป๋วยอึ้งภากรณ์ กับโครงการบัณฑิตอาสาสมัคร และพัฒนาการมาเรื่อยๆจนเกิดนักพัฒนาเอกชนขึ้นมาที่ไม่สังกัดกับองค์กรของรัฐ กับความรู้สึกของชาวบ้านที่มีต่อนักพัฒนาเอกชน จนกระทั่งถึงปัจจุบัน และตัวอย่างของงานพัฒนาเอกชนกับผู้ป่วยโรคเอดส์ กับการร่วมมือ ระหว่างรัฐและเอกชนรวมถึงผู้ป่วยที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานพัฒนา. ช่วงที่สองเป็นรายการสนทนากับนักวิชาการและนักพัฒนาเอกชน ซึ่งให้ภาพขององค์กรพัฒนาเอกชนต่างๆในมุมกว้าง เช่น โครงการช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัย โครงการรักษาสิ่งแวดล้อม อย่าง ตาวิเศษ และโครงการรณรงค์เกี่ยวกับเรื่องการลดจำนวนประชากร เช่น ถุงยางมีชัย และรวมไปถึงโครงการพัฒนาชาวเขา และโครงการช่วยเหลือ ความทุกข์ยากของประชาชนในรูปแบบต่างๆ อย่างเช่น นักพัฒนาเอกชนกับกลุ่มสมัชชาคนจน เป็นต้น. 

วิทยากรในรายการทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน "NGOs"   ช่วง “ทีทรรศน์ท้องถิ่นสัญจร” ตอน NGOs ถ่ายทำที่”สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่” วันที่ 12 สิงหาคม 2542 เวลา 13.00 – 16.00 น. ประกอบด้วย 1. พลากร วงศ์กองแก้ว โครงการพัฒนาลุ่มน้ำภาคเหนือ โดยอาศัยชุมชน 2. สุรีรัตน์ ตรีมรรคา เครือข่าย เอ็น.จี.โอ.ด้านเอกส์ ภาคเหนือ 3. นายหยั่ว ถนอมรุ่งเรือง ศูนย์รวมการศึกษา และวัฒนธรรมชาวเขา 4. ประเสริฐ เดชะบุญ เครือข่ายผู้ติดเชื้อ ภาคเหนือตอนบน (22 ซอย 9 ถ.นิมมานเหมินทร์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200 โทรศัพท์-โทรสาร 053-217928 และ 203839. ช่วงรายการ"สนทนากับนักพัฒนาเอกชน และนักวิชาการ" วิทยากรประกอบด้วย ดร. ชยันต์ วรรธนะภูติ / คุณเตือนใจ ดีเทศน์ / คุณวิยะดา ตันติวิทยาพิทักษ์ / คุณสุชาดา จักรพิสุทธิ์ / ดร. ประมวล เพ็งจันทร์ (พิธีกร)

13. ศักดิ์ศรีอาชีพ (วันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน 2542)

เนื้อหารายการ

ทำไมบางคนที่ประกอบอาชีพต่างๆในปัจจุบัน จึงไม่ค่อยพอใจกับอาชีพของตนที่ประกอบอยู่ และทำไมบางคนจึงพอใจในอาชีพของตน สาเหตุเกิดขึ้นมาจากอะไร สิ่งต่างๆเหล่านี้ได้ถูกนำมาวิเคราะห์ถึงต้นตอสาเหตุที่ส่งผลให้บางอาชีพสะท้อนพฤติกรรมของตนออกมา โดยนักวิชาการ และบุคคลในวิชาชีพต่างๆ เช่น ชาวนา นักหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น พยาบาล เป็นต้น

คำโปรยต้นรายการ (สมเกียรติ ตั้งนโม)

กรรมกร ชาวนา ตำรวจ ทหาร ครู ผู้พิพากษา นักธุรกิจ นายธนาคาร นักการเมือง ฯลฯ หากเราเลือกได้ เราชอบที่อยากจะเป็นใคร ? แน่นอน อาชีพที่ระบุข้างต้นมีทั้งอาชีพที่มีเกียรติและไร้เกียรติ อาชีพที่มีเงินและยากจน อาชีพที่มีศักดิ์ศรีและไร้ศรีศักดิ์ ผู้คนจำนวนมากในสังคมปัจจุบัน มองกันว่า อาชีพที่ให้ผลตอบแทนเป็นตัวเงินน้อย อาชีพที่ไร้ศักดิ์ศรีไม่มีคุณค่า อาชีพที่ดูไร้อำนาจ เป็นอาชีพที่ไม่พึงประสงค์ ใครก็ตามที่ต้อง ประกอบอาชีพเหล่านี้มักจะไม่พอใจในตัวเอง ความเข้าใจเช่นนี้เป็นเรื่องถูกต้องหรือไม่ และค่านิยมทั้งหลายเหล่านี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร อะไรคือท่าทีที่ถูกต้องสำหรับการประกอบอาชีพในสังคมของเรา พบกับข้อคิดเห็นต่างทัศนะได้จากรายการ”ทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน ศักดิ์ศรีอาชีพ”

วิทยากรในรายการทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน "ศักดิ์ศรีอาชีพ"   ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ / บัณรส บัวคลี่ / อดุลย์ ยกคำจู / โปร่งนภา อัครชิโนเรศ / ดร. ประมวล เพ็งจันทร์ (พิธิกร). 

14. ภาคประชาชน (วันอาทิตย์ที่ 2 มกราคม 2543)

เนื้อหารายการ

ในอดีต "ภาคประชาชน" ซึ่งเป็นองค์กรส่วนหนึ่งของสังคมไทย เกือบจะไม่มีส่วนร่วมในเรื่องการเมืองการปกครองของประเทศ รวมทั้งเกือบไม่มีสิทธิ์มีเสียงในการดำเนินการทางสังคมในทุกๆรูปแบบ เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นโดยทั่วไปในภูมิภาคเอเชียอาค์เนย์ รวมทั้งภาคพื้นทวีปเอเชียใหญ่ (ยกเว้นประเทศที่พัฒนาแล้วบางประเทศ) แต่เมื่อเกือบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ภาคประชาชนไทยได้เริ่มเข้ามา มีบทบาทในทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจมากขึ้นหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516. เหตุการณ์ครั้งนี้นับว่าเป็นจุดพลิกผันขององค์กรภาคประชาชนครั้งสำคัญอันหนึ่งของทั่วทั้งภาคพื้นทวีปเอเชีย และผลพวงที่ตามมา ทำให้ภาคประชาชนของไทยเราก้าวหน้ากว่าประเทศอื่นๆอย่างเห็นได้ชัดเจนในเชิงเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านโดยทั่วไป รายการทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน "ภาคประชาชน" จึงเกิดขึ้นมาเพื่อพูดถึงความภาคภูมิใจในประเด็นนี้ โดยจะมองถึงพัฒนาการทางด้านต่างๆ ที่องค์กรภาคประชาชนได้มีส่วนในทางสร้างสรรค์ ทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ดังนี้คือ 1. ทางด้านการเมือง ได้มีรัฐธรรมนูญ ที่มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ที่ให้สิทธิประชาชนในการตรวจสอบการเมืองและการมีส่วนร่วมมากขึ้น 2. ทางด้าน เศรษฐกิจ เศรษฐกิจซึ่งเคยอยู่ในมือของรัฐและข้าราชการระดับสูงในอดีต ได้ผันมาสู่มือของภาคเอกชนมากยิ่งขึ้น แม้ว่าในระดับนโยบาย เอกชนจะยังไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดได้เท่ากับด้านการเมืองก็ตาม 3. ทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม องค์กรภาคประชาชน ได้เข้ามามีส่วนดูแลจัดการมากขึ้นตามลำดับทั้งในเรื่องของการมีส่วนร่วมตัดสินใจในการจัดการทรัพย์กรและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึง เรื่องการจัดการศึกษา และการใช้สื่อต่างๆ ฯลฯ

คำโปรยต้นรายการ (สมเกียรติ ตั้งนโม)

ในอดีต "ภาคประชาชน" ซึ่งเป็นองค์กรส่วนหนึ่งของสังคมไทย เกือบจะไม่มีส่วนร่วมในเรื่องการเมืองการปกครองของประเทศ รวมทั้ง เกือบไม่มีสิทธิ์มีเสียงในการดำเนินการทางสังคมในทุกๆรูปแบบ แต่เมื่อเกือบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ภาคประชาชนไทยได้เริ่มเข้ามามีบทบาท ในทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจมากขึ้นหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516. เหตุการณ์ครั้งนี้นับว่าเป็นจุดพลิกผันขององค์กรภาคประชาชน ครั้งสำคัญอันหนึ่ง และผลพวงที่ตามมา ทำให้ภาคประชาชนของไทยเราก้าวหน้ากว่าประเทศอื่นๆอย่างเห็นได้ชัดเจน รายการทีทรรศน์ท้องถิ่น จึงเกิดขึ้นมาเพื่อพูดถึงความเป็นมาและความภาคภูมิใจในประเด็นนี้ โดยจะมองถึงพัฒนาการทางด้านต่างๆที่องค์กรภาคประชาชน ได้มีส่วนในทางสร้างสรรค์ ทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม. ขอเชิญทุกท่านพบกับ รายการทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน “ภาคประชาชน”

วิทยากรในรายการทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน "ภาคประชาชน" แบ่งออกเป็น 2 ช่วง. ช่วงแรก"ทีทรรศน์ท้องถิ่นสัญจร" วิทยากรประกอบด้วย คุณเอนก บัวเขียว ตัวแทนภาคประชาชร อ.หางดง จ.เชียงใหม่ / คุณกำจร สายวงศ์อินทร์ ประธาน อบต. หางดง จ.เชียงใหม่. ช่วงที่สอง รายการสนทนากับนักวิชาการและนักพัฒนาเอกชน วิทยากรประกอบด้วย ศ. เสน่ห์ จามริก   นักวิชาการอิสระ สาขารัฐศาสตร์ / ดร. เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการสาขาเศรษฐศาสตร์ และสื่อสารมวลชน /  คุณ ชัยพันธ์ ประภาสวัต   ตัวแทนองค์กรภาคประชาชน /  ดร. ประมวล เพ็งจันทร (พิธีกร)

15. ธุรกิจการเมือง (วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2543)

เนื้อหารายการ

เป็นการให้ภาพเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของการเข้ามาพัวพันกันระหว่างธุรกิจกับการเมืองตั้งแต่เริ่มต้น ว่ามันมีที่มาอย่างไร ? และมันก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปอย่างไรบ้าง โลกสังคมนิยมและคอมมิวนิสท์ในปัจจุบันถูกแทรกแซงโดยระบบทุนหรือไม่ และประเทศเหล่านั้นกำลังพัฒนาไปในด้านไหน ? เราจะมีทางออกต่อเรื่องของธุรกิจกับการเมืองนี้อย่างไร ? ทั้งหมดคือคำถามที่แสวงหา คำตอบกันในรายการทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน ธุรกิจการเมือง (รายการตอนนี้ ทำในรูปการสัมภาษณ์นักวิชาการแต่ละคนและนำมารวมกัน)

คำโปรยต้นรายการ (สมเกียรติ ตั้งนโม)

ธุรกิจกับการเมืองอยู่ควบคู่กันมานานเท่าไหร่แล้ว และระหว่างธุรกิจกับการเมืองนั้นใครเป็นฝ่ายนำ ? ปัจจุบันธุรกิจการเมืองส่งผลอะไร ให้กับประเทศชาติของเราบ้าง และประชาชนได้รับประโยชน์ หรือทุกข์ยากต่อปรากฏการณ์อันนี้ ? เราจะพัฒนาการเมืองของเราใน อนาคตไปเป็นเช่นไร จึงจะเป็นประโยชน์ต่อฐานมวลชนในวงกว้าง ? ต่อคำถามที่มากมายเหล่านี้ พบกับคำตอบใน 3 มุมมองได้ โดย 3 นักคิดไทยใน “ทีทรรศน์ท้องถิ่น” ตอน ธุรกิจการเมือง

วิทยากรในรายการทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน "ธุรกิจการเมือง"   ผศ.ใจ อึ้งภากรณ์ /  ศ.เสน่ห์ จามริก / สุลักษณ์ ศิวรักษ์ / ดร.ประมวล เพ็งจันทร์ / เกรียงศักิด์ เชษฐพัฒนวนิช.   /

16. ระบบการเงินทางเลือก(เปลี่ยนชื่อมาจาก"ลอกคราบธนาคาร") (วันอาทิตย์ที่ 2 เมษายน 2543)

เนื้อหารายการ

เป็นการให้ภาพเกี่ยวกับพัฒนาการของระบบธนาคารไทยตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา ซึ่งทำหน้าที่ไม่ต่างไปจากโรงรับจำนำขนาดใหญ่ มีการระดม ทุนมาจากชาวบ้านและผู้คนด้วยอัตราดอกเบี้ยราคาถูกแต่มาปล่อยกู้ในราคาแพง และภาพของการล้มครืนของระบบการเงินต่างๆในช่วง วิกฤติเศรษฐกิจ รวมไปถึงทางออกของระบบการเงินหลักเหล่านี้ ด้วยการลดต้นทุนในทุกๆทาง จนกระทั่งนโยบายการปลดคนทำงานใน ธนาคารลง.

นอกจากนี้ยังให้ภาพของชาวบ้านธรรมดา ผู้มีรายได้น้อยที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงินขนาดใหญ่เหล่านี้ที่จะนำเงินไปลงทุน การขาดสวัสดิการ และอื่นๆ ซึ่งทำให้เกิดระบบการเงินทางเลือกขึ้นมา อย่างเช่น กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ที่ครูชบ ยอดแก้ว ได้เป็นผู้ริเริ่มเข้ามา นอกจากจะเป็น การสะสมทุนของชาวบ้านแล้ว ยังเป็นการสร้างเสริมระบบคุณธรรมและรองรับเรื่องสวัสดิการของชาวบ้านด้วย. ปัจจุบันกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ มีเงินเหลือเก็บมากพอ พอที่จะให้รัฐบาลกู้นำไปใช้ประโยชน์เพื่อประเทศชาติ  

คำโปรยต้นรายการ (สมเกียรติ ตั้งนโม)

ระบบธนาคารไทย มีความเป็นมาอย่างไร ? และทำไมนักเศรษฐศาสตร์บางคน จึงมองว่าธนาคารไทยมีธุรกรรมทางการเงินซึ่งไม่ต่างไปจากโรง รับจำนำขนาดใหญ่ ? ที่ผ่านมาระบบธนาคารประสบความล้มเหลวอย่างไร ? กับคำถามเหล่านี้ มีคำตอบอยู่ในรายการทีทรรศน์ฯ ช่วงแรก ตอน ”วิเคราะห์ระบบธนาคารไทย” โดย ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง.

ยังมีระบบการเงินอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งมิได้มองหากำไรที่เป็นตัวเงิน แต่เป็นกำไรของคุณค่าทางจริยธรรมของชุมชน กำไรคือคุณภาพของ ชุมชน ยึดคนเป็นเป้าหมาย ส่วนเงินเป็นเพียงเครื่องมือ พบกับทางเลือกของระบบการเงินใหม่นี้ได้ในทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน “ระบบการเงินทางเลือก” 

วิทยากรในรายการทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน "ระบบการเงินทางเลือก" ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการอิสระสาขาเศรษฐศาสตร์ / รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / ครูชบ ยอดแก้ว กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ ต.น้ำขาว อ.จะนะ จ.สงขลา / ดร. ประมวล เพ็งจันทร์ (พิธีกร).

17. ดาบหน้าชาวนาไทย (วันอาทิตย์ที่ 7 พฤษภาคม 2543)

เนื้อหารายการ

ดาบหน้าชาวนาไทย เป็นการพูดถึงชาวนาไทยในอนาคตว่าจะมีความเป็นอยู่และการประกอบวิชาชีพของตนอย่างไร ? โดยการตรวจตรา ดูสภาพความเป็นไปในปัจจุบันอันจะให้ภาพถึงอนาคตของชาวนาหรือเกษตรกรไทยได้. สำหรับกรณีนี้ ได้ยกตัวอย่าง ปัญหาของชาวนา และเกษตรกรที่เขื่อนปากมูล จ.อุบลราชธานีมานำเสนอใช่วงแรก. ส่วนในช่วงที่สอง เป็นการพูดคุยกับ เกษตรกร นักวิชาการ และนักผลิตสื่อ ทางการเกษตร โดยจะเห็นภาพของ การคุกคามเข้ามาของนโยบายรัฐที่พยายามจะลดจำนวนเกษตรกรลงเพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นประเทศ อุตสาหกรรม ผลกระทบต่อพืชตัดต่อทางพันธุกรรมที่จะมีผลต่อเกษตรกรในอนาคต. นอกจากนี้ยังเสนอถึงปัญหาของนักวิชาการที่กำลังตกเป็นเครื่องมือของบรรษัทการเกษตรข้ามชาติหลายๆแห่ง ที่มาในรูปของการให้ทุนวิจัย มีการถามถึงความรับผิดชอบของนักวิชาการต่อเรื่องราวเหล่านี้.   สื่อภาคการเกษตรปัจจุบันได้รับความสนใจจากชนชั้นกลางมากเท่าใด และเป็นประโยชน์อย่างไรบ้างต่อพัฒนาการหรือดาบหน้าชาวนาไทย

คำโปรยต้นรายการ (สมเกียรติ ตั้งนโม)

นับตั้งแต่นโยบายการพัฒนาเป็นต้นมา ปัญหาก็มารุมเร้าอาชีพเกษตรกรแล้ว ทั้งนี้เพราะ เกษตรกรเป็นเหยื่อที่ถูกเลือกให้เสียสละทรัพยากร ของตนเป็นพวกแรกเพื่อนโยบายรัฐ ดังจะเห็นได้จากกรณีเขื่อนปากมูล เกษตรกรไร้ที่ทำกิน ชาวประมงไม่มีปลาให้จับ แม้กระทั่งที่อยู่อาศัยก็ จมอยู่ใต้เขื่อน เพื่อให้คนอื่นได้พัฒนา

ทุกวันนี้ ชาวนากำลังเผชิญกับสารเคมีและพืชตัดต่อพันธุกรรม ซึ่งมาในรูปปุ๋ยและยาฆ่าแมลง รวมไปถึงพืช GMO ที่ต้องพึ่งพาจากบรรษัท ข้ามชาติ ดาบหน้าชาวนาไทยดูจะน่าเศร้ายิ่งกว่าครั้งใด เพราะต่อกรณีการพัฒนา ชาวนากำลังไร้อนาคต ส่วนกรณี GMO อนาคตชาวนา ไทยได้ถูกกำหนดชะตาเอาไว้แล้วโดยบรรษัทข้ามชาติ

วิทยากรในรายการทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน "ดาบหน้าชาวนาไทย"   ดร. เกษียร เตชะพีระ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ /   คุณวิฑูรย์ เลี่ยมจำรูญ เครือข่ายสิทธิภูมิปัญญาไทย (BioThai) / คุณจุฬารัตน์ เสรีเชษฐพงษ์ สื่อมวลชนเกษตร / กำนันอนันต์ ดวงแก้วเรือน ต.แม่ทา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่. /  ชัชวาล ปุญปัน ภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (พิธีกร)

18. ทีทรรศน์การศึกษาไทย (สองหน้าการศึกษาไทย)

ทำไมต้องปฏิรูปการศึกษา: เสียงเรียกร้องเกี่ยวกับความต้องการให้มีการเร่งปรับปรุงการศึกษาได้แพร่หลายไปทั่ว ทั้งนี้เนื่องมาจาก เด็กด้อยคุณภาพ ครูด้อยประสิทธิภาพ รวมไปถึงความต้องการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อความทัดเทียม หรือล้ำหน้าในสังคมโลก.  อะไร ? คือเป้าหมายที่ควรจะเป็นสำหรับการปฏิรูปการศึกษา ข้อเรียกร้องในเรื่องคุณภาพ การแข่งขัน หรือการก้าวไปสู่ประเทศอุตสาหกรรมใหม่ หรือเพียงเพื่อสร้างองค์ความรู้ในสังคมไทย พบกับคำตอบเหล่านี้ได้ในทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน ทีทรรศน์การศึกษาไทย

คำโปรยต้นรายการ (สมเกียรติ ตั้งนโม)

ทำไมต้องมีการปฏิรูปการศึกษา” คำตอบอาจแบ่งออกได้หลายๆคำตอบ เช่น มองจากภาคประชาชน เด็กจบมาแล้วไม่มีคุณภาพ ครูด้อยคุณภาพ หรือหากมองจากภาครัฐ เราต้องปฏิรูปเพื่อการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน คำตอบใดถูกที่สุด

ทุกวันนี้ มีพลังผลักดันทางการศึกษาอยู่สองส่วน คือ พลังจากภาครัฐ และพลังจากภาคประชาชน ภาครัฐยังต้องการควบคุมการศึกษาอยู่ ในขณะที่ภาคประชาชนต้องการเสรีภาพในการจัดการศึกษาของตนเอง ใครจะเป็นผู้ชนะในเกมการศึกษานี้ และการศึกษาในอนาคตควรเป็นไปเช่นไร ?

ชาวกระเหรี่ยงพูดถึงการศึกษาที่ผ่านมาว่า การส่งเด็กไปโรงเรียน มันก็เหมือนกับนกน้อยที่บินห่างรังออกไปเรื่อยๆ คำพูดจากภูมิปัญญาชาวกระเหรี่ยงนี้บอกอะไรกับเราเกี่ยวกับการศึกษาไทย พบกับคำตอบเหล่านี้ได้ใน ทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน “ทีทรรศน์การศึกษาไทย”

วันที่ 16 พฤษภาคม 43 / ถ่ายทำรายการโทรทัศน์ "ทีทรรศน์ท้องถิ่น" ตอน "ทีทรรศน์การศึกษาไทย"(สองหน้าการศึกษาไทย) ผู้ร่วมรายการ ดร. อรรณพ พงษ์วาท (ภาควิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มช.), อาจารย์สามารถ ศรีจำนงค์ (ผู้ข่วยคณบดีฝ่ายบัณฑิตศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มช.), คุณชัชวาล ทองดีเลิศ (ผู้ก่อตั้งโรงเรียนภูมิปัญญา), คุณสุชาดา จักรพิสุทธิ์ (มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน), ดร.ประมวล เพ็งจันทร์ (ภาควิชาปรัชญา, คณะมนุษยศาสตร์ มช.)พิธีกร. / สถานที่ถ่ายทำ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน วิทยาเขตวัดอุโมงค์ จ.เชียงใหม่ / ตั้งแต่เวลา 15.30-16.50 น. โดยทีมงานช่อง 11 ลำปาง

18. ทีทรรศน์สาธารณสุข (คนจนป่วยไม่ได้)

ทำไมต้องสนใจในเรื่องบริการทางด้านสาธารณสุข : ทุกวันนี้ บริการสาธารณสุขเริ่มจะเป็นสิ่งที่คนจน(รวมไปถึงชนชั้นกลางระดับล่าง)เข้าไม่ถึงการบริการ ทั้งนี้เนื่องมาจากสาเหตุหลายประการ ตั้งแต่ปัญหาในระดับนโยบายของการสาธารณสุขในเมืองไทย รวมไปถึงปัญหาการผูกขาดของบริษัทยา และลิขสิทธิ์ที่ทำให้ยามีราคาแพง อีกทั้งยังมีประเด็นเกี่ยวกับแรงกดดันจากต่างชาติที่พยายามจะทำให้โรงพยาบาลของรัฐแปรรูปไปเป็นการบริการของเอกชน เพื่ออตัดเงินช่วยเหลือที่รัฐเคยให้กับ ร.พ.เหล่านั้นลง โดยหวังผลให้เกิดการแข่งขันที่เท่าเทียมกับ รพ.เอกชนต่างๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้ประชาชนยิ่งไม่สามารถเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ได้ ต่อปัญหานี้ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจึงได้เชิญวิทยากรที่ทรงความรู้ทางด้านสาธารณสุขมาร่วมกันคุยถึงปัญหาและหาทางออกในรายการทีทรรน์ท้องถิ่น ตอน "คนจนป่วยไม่ได้"

สิ่งต่างๆเหล่านี้ .om6d;yoouhปฏิรูปการศึกษา: เสียงเรียกร้องเกี่ยวกับความต้องการให้มีการเร่งปรับปรุงการศึกษาได้แพร่หลายไปทั่ว ทั้งนี้เนื่องมาจาก เด็กด้อยคุณภาพ ครูด้อยประสิทธิภาพ รวมไปถึงความต้องการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อความทัดเทียม หรือล้ำหน้าในสังคมโลก.  อะไร ? คือเป้าหมายที่ควรจะเป็นสำหรับการปฏิรูปการศึกษา ข้อเรียกร้องในเรื่องคุณภาพ การแข่งขัน หรือการก้าวไปสู่ประเทศอุตสาหกรรมใหม่ หรือเพียงเพื่อสร้างองค์ความรู้ในสังคมไทย พบกับคำตอบเหล่านี้ได้ในทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน ทีทรรศน์การศึกษาไทย

คำโปรยต้นรายการ

“ปัญหาการบริการสาธารณสุขที่มีราคาแพง ยังคงเป็นปัญหาสำหรับคนจนในทุกวันนี้ ทั้งนี้มาจากหลายสาเหตุ เริ่มจากนโยบายทางด้านสาธารณสุขที่มุ่งเพื่อการรักษาผู้ป่วย แทนที่จะสร้างแนวป้องกันซึ่งมีราคาถูกกว่า รวมไปถึงเรื่องของบรรษัทยาข้ามชาติ ซึ่งผูกขาดการจำหน่ายและการผลิต และยังรวมถึงการพยายามกดดันให้ ร.พ.ของรัฐ แปรรูปไปเป็นของเอกชน เพื่อเอื้ออำนวยต่อการแข่งขันให้กับ ร.พ.เอกชน ทั้งในและนอกประเทศที่เปิดบริการในเมืองไทย

ปัญหาต่างๆเหล่านี้ต้องการคำตอบ และหนทางแก้ไขที่ยั่งยืน เพื่อเปิดโอกาสให้คนจนได้รับการประกันสิทธิในการเข้ารับบริการทางด้านสาธารณสุข ตามรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ขอเชิญผู้สนใจทุกท่านมาร่วมค้นหาคำตอบพร้อมกันในรายการทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน “คนจนป่วยไม่ได้”

ผู้ร่วมรายการ   ทพ. อุทัยวรรณ กาญจนกามล นักวิชาการอิสระ สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ. ชมชวน บุญระหงษ์ มูลนิธิพัฒนาศักยภาพชุมชน. โปร่งนภา อัครชิโนเรศ พยาบาล ร.พ. มหาราช จ.เชียงใหม่. ดร. ประมวล เพ็งจันทร์ ภาควิชาปรัชญา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

19. ประวัติศาสตร์ความคิดเขื่อน

ความเป็นมาของการสร้างเขื่อนในโลก เป็นมาอย่างไร ? ทำไมจึงต้องมีการกักกระแสน้ำขนาดใหญ่เอาไว้ เพื่อประโยชน์ของใคร ? และใครเป็นผู้สูญเสียประโยชน์ที่ได้จากกระแสน้ำบ้าง. หากเราไม่มีเขื่อน สังคมมนุษย์โดยรวมจะเป็นอย่างไร อะไรจะเกิดขึ้นกับผู้คน และเรามีทางเลือกอื่นๆสำหรับการจัดการน้ำเหล่านี้หรือไม่ ? ทั้งหมดมีคำตอบอยู่ในทีทรรศน์ท้องถิ่นตอนนี้.

คำโปรยต้นรายการ

ปัญหาเรื่องการจัดการน้ำเป็นเรื่องที่มนุษย์รู้จักใช้ประโยชน์มานับเป็นพันปีแล้ว แต่การควบคุมกระแสน้ำขนาดใหญ่ ที่ถึงกลับเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิศาสตร์ เพื่อประโยชน์ของการปฏิวัติอุตสาหกรรมเกิดขึ้นมาครั้งแรกในประเทศอังกฤษ และแพร่ขยายไปในสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันได้มีการสร้างเขื่อนกันขึ้นเป็นจำนวนมากในประเทศโลกที่สาม รวมทั้งประเทศไทยด้วย เขื่อนขนาดใหญ่ เป็นการดึงทรพัยากรน้ำที่จัดการโดยชุมชนไปสู่การจัดการน้ำแบบรวมศูนย์ของรัฐ ซึ่งรัฐอ้างว่า เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเอนกอนันต์ ตั้งแต่การผลิตกระแสไฟฟ้า การป้องกันน้ำท่วม และการชลประทานขนาดใหญ่   การทำเช่นนั้น ในด้านหนึ่งเป็นความเชื่อว่าเป็นการพัฒนา แต่เบื้องหลังของการพัฒนาดังกล่าวซึ่งไปตกกับภาคอุตสาหกรรม ประชาชนต้องถูกน้ำจำนวนมหาศาลลบพื้นที่ทำมาหากินของตนลง และลบวิถีชีวิตวัฒนธรรมของพวกเขาออกไปด้วย ปัจจุบัน เขื่อนได้ไปเปลี่ยนพื้นที่ของชาวบ้านให้ไปเป็นพื้นที่ของรัฐ และรัฐได้นำเอาทรัพยากรของชาวบ้านเหล่านั้น ไปรับใช้คนกลุ่มหนึ่งที่มีพลังอำนาจทางเศรษฐกิจ ทำให้ชาวบ้านซึ่งดำรงชีวิตอยู่อย่างเศรษฐกิจพอเพียงกลายไปเป็นคนจนที่ยั่งยืน

ผู้ร่วมรายการ

ดร. ชยันต์ วรรธนภูติ (คณะสังคมศาสตร์ มช.), ดร. ชูศักดิ์ วิทยภัค (คณะสังคมศาสตร์ มช.), คุณชัยณรงค์ เศรษฐเชื้อ(ผู้อำนวยการ Searin และนักวิชาการอิสระ), ดร.ประมวล เพ็งจันทร์ (คณะมนุษยศาสตร์ มช.)พิธีกร

20. นักวิชาการเครื่องซักผ้า

ใครคือผู้ที่ได้ชื่อว่า"นักวิชาการเครื่องซักผ้า". นักวิชาการซึ่งได้รับการขนานนามดังกล่าว   หมายถึงบุคคลที่คอยทำหน้าที่ ฟอกโครงการขนาดใหญ่ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการทำลายทรัพยากร สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ วิถีชีวิตชุมชนโดยนำเอาหลักวิชาการที่ตนเชี่ยวชาญ มาบิดเบือน เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนโครงการเหล่านั้นให้เกิดความชอบธรรม ปัญหาการระทำเช่นนี้จึงเป็นที่มาของคำถามเกี่ยวกับ"จริยธรรมของนักวิชาการ"ว่าอยู่ที่ตรงไหน ?

คำโปรยต้นรายการ

ความรู้ของนักวิชาการเป็นสิ่งที่สังคมให้การยอมรับ ในเวลาเดียวกันนั้น นักวิชาการส่วนหนึ่ง ก็ได้เอาประโยชน์ที่สังคมให้ความไว้วางใจดังกล่าว ไปใช้กับผลประโยชน์ของตนเอง โดยการประพฤติปฏิบัติที่ออกมาในรูปของ ”นักวิชาการเครื่องซักผ้า”. นักวิชาการเครื่องซักผ้า คือคนกลุ่มหนึ่ง ที่อยู่คราบของนักวิชาการที่คอยทำหน้าที่ฟอกโครงการขนาดใหญ่ หรือนโยบายของรัฐที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสังคม อันไม่น่าไว้วางใจให ้สะอาด บริสุทธิ์ โดยเป็นที่น่าสงสัยต่อจริยธรรมทางวิชาการ. ความจริงแล้ว ศาสตร์ทุกศาสตร์ วิชาการทุกสาขา ควรเป็นไปเพื่อชีวิตที่งดงามและชีวิตที่มีสุขของมนุษย์และธรรมชาติ มิใช่หรือ ?

ผู้ร่วมรายการ

อ.ศรีศักร วัลลิโภดม, อ.ฉลาดชาย รมิตานนท์, อ.ชัยพันธุ์ ประภาสะวัต, คุณไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ, ดำเนินรายการโดย อ.ประมวล เพ็งจันทร ์ (ออกอากาศทางโทรทัศน์ช่อง 11 / วันอาทิตย์ที่ 3 กันยายน 2543 / เวลา 12.05-13.00 น.)

21. เลือกตั้ง กับ การเมืองภาคประชาชน

ใกล้วันยุบสภา นักการเมืองหลายพรรคต่างพากันหาเสียง เพื่อจะได้รับเลือกเข้าไปสู่รัฐสภาชุดใหม่ และถือว่าเป็นรัฐสภาชุดแรกที่อยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เปิดโอกาสให้ภาคประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในทางการเมืองได้หลายประการ และประชาชนสามารถใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญของตนได้ตามที่ระบุไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเสนอกฎหมาย การตรวจสอบการทุจริตของนักการเมือง รวมไปถึงการลงชื่อถอดถอนนักการเมืองได้. แต่อย่างไรก็ตาม การเมืองภาคประชาชนนอกสภานั้น ประชาชนมีสิทธิที่จะกระทำได้มากน้อยเพียงใด พลังของประชาชนจะเปลี่ยนแปลงสังคมได้หรือไม่ เหล่านี้มาร่วมค้นหาคำตอบกันได้ ในทีทรรศน์ท้องถิ่นตอนนี้

คำโปรยต้นรายการ

การเลือกตั้งเป็นกระบวนการหนึ่งในระบอบประชาธิปไตย แต่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังได้เปิดโอกาสให้ประชาชน ตรวจสอบ ถอดถอน และเสนอกฎหมายได้ นอกจากนี้ยังให้สิทธิประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถจัดให้มีการชุมนุมเรียกร้องได้   แต่อย่างไรก็ตาม แม้แต่การเลือกตั้งเอง ประชาชนมีทางเลือกมากแค่ไหนกับพรรคการเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้เพราะฐานคิดของนักการเมืองเกือบทุกพรรคได้รับการครอบงำโดยความคิดเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม พัฒนา เรายังไม่มีพรรคการเมืองที่มาจากฐานคิดอื่นๆ หรือกลุ่มบุคคลที่หลายหลายพอ ถ้าเช่นนั้นเราควรทำอย่างไร ? ...พบกับคำตอบเหล่านี้ได้ใน ทีทรรศน์ท้องถิ่น ตอน เลือกตั้ง กับ การเมืองภาคประชาชน

ผู้ร่วมรายการ

นิธิ เอียวศรีวงศ์ (นักวิชาการอิสระ), ประมวล เพ็งจันทร์ (คณะมนุษยศาสตร์ มช.), สมเกียรติ ตั้งนโม (คณะวิจิตรศิลป์ มช.), ไพสิฐ พาณิชยกุล (คณะสังคมศาสตร์ มช.), สมชาย ปรีชาศิลปกุล (คณะสังคมศาสตร์ มช.), นัทมน คงเจริญ (คณะสังคมศาสตร์ มช.) (ออกอากาศทางโทรทัศน์ช่อง 11 / วันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน 2543 / เวลา 12.05-13.00 น.)

nexttv.jpg (3922 bytes)

แถบ next TV.knowledge หรือ "สาระจากโทรทัศน์"ข้างท้ายนี้ เตรียมขึ้นมาเพื่อให้สมาชิก นักศึกษามหาวิทยาลัยเที่ยงคืน   และผู้สนใจเกี่ยวกับสาระที่ได้จากโทรทัศน์ไทยได้อ่านกันเพลินๆ เพื่อเป็นการเสริมความรู้. การรวบรวมสาระดังกล่าวนี้ ใช้เวลานานพอสมควร   ทั้งนี้เพื่อต้องการที่จะมองโทรทัศน์ไทยในแง่ที่ดี ในท่ามกลางผู้คนส่วนใหญ่ที่มีความคิดเห็นว่า โทรทัศน์ไทยไม่ค่อยมีสาระ. ลองคลิกไปดูว่าน่าสนใจมากแค่ไหน ? แล้ววิพากษ์วิจารณ์กันดู. หรือหากท่านใดเคยเก็บรวบรวมสาระดังกล่าวนี้ไว้บ้าง ต้องการที่จะเผยแพร่ โปรดส่งมาได้ยัง midnightuniv(at)yahoo.com

 

 

HOST@THAIIS